
สำหรับเยาวชนบางคนอุปสรรคของความฝันอยู่ที่ “ต้นทุนของชีวิต” ในขณะที่หลายคนกำลังวางแผนเลือกคณะหรือมหาวิทยาลัย แต่ยังมีเยาวชนอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องเผชิญข้อจำกัดเนื่องจากการสูญเสียผู้อุปการะ ภาระค่าใช้จ่าย ต้องหารายได้เลี้ยงตัวเอง จนความฝันในการก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยอาจดูเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อม
มหาวิทยาลัยรังสิต เล็งเห็นถึงความอดทนและมุมานะของเยาวชนกลุ่มนี้ที่เปรียบเสมือนดินที่รอการปั้น แต่ด้วยข้อจำกัดทางทุนทรัพย์ของเยาวชนผู้กำพร้าบิดา มารดา และฐานะยากจน ต้องต่อสู้ดิ้นรนหารายได้เลี้ยงชีพตนเองไปพร้อมกับการเรียน ซึ่งเยาวชนกลุ่มนี้มักหลุดออกจากระบบการศึกษาก่อนจะถึงระดับอุดม ศึกษา มหาวิทยาลัยจึงมอบทุนการศึกษา โครงการ “ปั้นดินให้เป็นดาว” ทุนการศึกษาแบบให้เปล่า 100% ค่าครองชีพ 5,000 บาท/เดือน และยกเว้นค่าธรรมเนียมการศึกษาต่าง ๆ ตลอดหลักสูตรระดับปริญญาตรี ในกลุ่มคณะวิชาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) ได้แก่ 1. วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ 2. วิทยาลัยนวัตกรรมเกษตรและเทคโนโลยีอาหาร และ 3. วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลและเทคโนโลยี จำนวน 10 ทุน เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้เยาวชนเหล่านี้เติบโตเป็นบุคลากรคุณภาพของประเทศ และเป็นการสะท้อนภาพลักษณ์ของมหาวิทยาลัยรังสิต ที่มุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมอย่างยั่งยืน
สำหรับนักศึกษา 10 คนที่ได้รับทุนการศึกษาโครงการ “ปั้นดินให้เป็นดาว” คือจุดเริ่มต้นของโอกาสครั้งใหม่ โอกาสที่จะได้ศึกษาต่อ เดินตามความฝัน และสร้างอนาคตด้วยศักยภาพของตนเอง ซึ่งแม้แต่ละคนจะมีภูมิหลังและเส้นทางชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เสียงที่สะท้อนออกมากลับมีจุดร่วมเดียวกัน นั่นคือ “โอกาสทางการศึกษา สามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้”

นายพิภู บริสุทธิ์ (พิภู) สำเร็จการศึกษาจาก กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (กสร.) เลือกเรียนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและอีสปอร์ต วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี กล่าวว่า การได้รับทุนครั้งนี้เปรียบเสมือนการเริ่มต้นใหม่ หากไม่ได้รับโอกาสจากทุนนี้ อาจยังไม่มีโอกาสได้เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย
“ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้รับโอกาสใหม่ ๆ เหมือนได้เริ่มต้นใหม่ ถ้าไม่ได้รับทุนนี้ ผมคงยังไม่มีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัย”
เช่นเดียวกับ นายพรพรหม คลองยุติ (ปลื้ม) สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร จังหวัดอุบลราชธานี เลือกเรียนสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ ที่เคยต้องหยุดเรียนเพื่อออกไปทำงานหาเงินช่วยเหลือครอบครัว การได้รับทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่คือโอกาสสำคัญที่ทำให้ได้กลับเข้าสู่เส้นทางการศึกษาอีกครั้ง
“พอได้กลับมาเรียนอีกครั้ง ผมดีใจมาก เป้าหมายในอนาคตคืออยากตั้งใจเรียน เพื่อที่จะได้มีงานทำนำเงินมาช่วยครอบครัว และทำให้ครอบครัวภาคภูมิใจ”

ด้านนายธนรัตน์ สุภากุล (โฟกัส) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนวิทยาลัยเทคโนโลยีหมู่บ้านครู เลือกเรียนสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับเข้ามาเรียนในระบบการศึกษาอีกครั้ง และครั้งนี้พิเศษกว่าตรงที่ได้แบ่งเบาภาระครอบครับได้รับทุนการศึกษาและค่าครองชีพให้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย
เรื่องราวของพวกเขาสะท้อนให้เห็นว่า สำหรับเยาวชนบางคน ทุนการศึกษาไม่ได้เป็นเพียงความช่วยเหลือด้านการเงิน แต่คือประตูบานใหม่ของชีวิตและเมื่อได้รับโอกาส นักศึกษาทั้ง 10 ทุกคนต่างมีเป้าหมายและความฝันที่อยากเดินหน้าต่อไป

นายคงกิจ ศิลปคัมภีรภาพ (มิกซ์) สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนขลุงรัชดาภิเษก จังหวัดจันทบุรี เลือกเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีสร้างสรรค์และสื่อสังคมออนไลน์ วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี เพื่ออยากนำความรู้ด้านเทคโนโลยีไปต่อยอดในอนาคต และเชื่อว่าการศึกษาคือกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนชีวิต

ด้าน นางสาวกัญญารัตน์ สุจริต (บิว) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเกตุพิชัยวิทยา จังหวัดสระบุรี เลือกเรียนคณะนวัตกรรมเกษตร กล่าวว่า ตั้งใจนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อพัฒนาเกษตรยุคใหม่

ขณะที่ นายชัชชนน จูมนาฝาย (ต้นหนาว) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเวียงเจดีย์วิทยา จังหวัดจังหวัดลำพูน เลือกเรียนวิทยาลัยวิศวกรรมชีวการแพทย์ มีเป้าหมายที่จะใช้ความรู้ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์มาพัฒนาและดูแลเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป
แม้ความฝันของแต่ละคนจะแตกต่างกัน แต่สิ่งที่พวกเขามีร่วมกันคือ ความตั้งใจที่จะใช้โอกาสที่ได้รับ สร้างอนาคตของตนเองให้ดีที่สุด อีกหนึ่งสิ่งที่นักศึกษาหลายคนพูดถึงตรงกัน คือประสบการณ์หลังจากได้เข้ามาใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งเพื่อน รุ่นพี่ และอาจารย์ที่คอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือ ทำให้การเริ่มต้นชีวิตในมหาวิทยาลัยไม่ใช่การเดินทางเพียงลำพัง

นางสาวปิ่นปินัทธ์ สุนทร (ปิ่น) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร เลือกเรียนคณะเทคโนโลยีอาหาร กล่าวว่า แม้ในช่วงแรกจะกังวลกับการปรับตัวและการเข้าสังคม แต่เมื่อได้เข้ามาเรียนและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้เจอกับเพื่อนและสังคมใหม่ที่ช่วยให้สามารถปรับตัวและมีความสุขกับชีวิตในมหาวิทยาลัย

นางสาวจันทร์ธิดา พูนศิริ (แจ๊บจิ) ศิษย์เก่าโรงเรียนวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ เลือกเรียนสาขาวิชาวิศวกรรมยานยนต์สมัยใหม่และมอเตอร์สปอร์ต วิยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ เล่าว่า พอได้เข้ามาเรียน มาใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย แจ๊บได้เจอสังคมใหม่ ได้รับประสบการณ์ที่อบอุ่นและประทับใจ เพื่อน ๆ พี่ ๆ ในคณะเป็นกันเอง คอยช่วยเหลือและให้คำปรึกษาตลอด
สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า โครงการ “ปั้นดินให้เป็นดาว” ไม่ได้มอบเพียงโอกาสทางการศึกษา แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้าง พื้นที่แห่งการเรียนรู้ การเติบโต และการค้นหาตัวตน นอกจากนี้ สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดจากเสียงของนักศึกษาหลายคน คือความตั้งใจที่จะส่งต่อโอกาสที่ตนเองเคยได้รับ

นายวรากร ตันตุลา (แบมบี้) สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) กรุงเทพมหานคร เลือกเรียนสาขาวิชาเทคโนโลยีสร้างสรรค์และสื่อสังคมออนไลน์ วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี กล่าวว่า เพราะเห็นคุณค่าของโอกาสทางการศึกษา และหากวันหนึ่งประสบความสำเร็จ ก็อยากเป็นผู้ให้เช่นเดียวกับที่เคยได้รับโอกาส

เช่นเดียวกับ นายเจีย โส๊ะปัญญา (เค) สำเร็จการศึกษาจากศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เลือกเรียนสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกมและอีสปอร์ต วิทยาลัยนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี กล่าวว่า ผมมีความตั้งใจที่จะส่งต่อโอกาสให้กับผู้อื่นต่อไปในอนาคต
วันนี้พวกเขาคือผู้ได้รับโอกาส แต่ในวันข้างหน้า พวกเขาอาจกลายเป็นผู้สร้างโอกาสให้กับคนอื่น และนี่คือความหมายของการ “ปั้นดินให้เป็นดาว” ไม่ใช่เพียงการมอบทุนการศึกษา แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนคนหนึ่งได้ค้นพบศักยภาพ เติบโตตามความฝัน และเปล่งประกายบนเส้นทางชีวิตในแบบของตนเอง

