“สุริยะ” ลุยพื้นที่สงขลา ตรวจเยี่ยม สกย.คลองช้างชูต้นแบบบริหารสวนยางยุคใหม่ เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานโลก

วันนี้ (31 ส.ค. 69) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองช้าง จำกัด อ.ควนเนียง จ.สงขลา โดยมี รศ.ดร.วีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย รักษาการแทนผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย และคณะผู้บริหาร กยท. ให้การต้อนรับ พร้อมรับนโยบาย หนุนการใช้เทคโนโลยี-นวัตกรรม ยกระดับการบริหารจัดการสวนยาง พร้อมเดินหน้าสู่มาตรฐานสากลทั้ง EUDR, FSC และ Thai Rubber Traceability สร้างความเชื่อมั่นในตลาดโลก ควบคู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน สร้างรายได้เสริมควบคู่การเพิ่มมูลค่าผลผลิตยางอย่างยั่งยืน

นายสุริยะ กล่าวว่า การลงพื้นที่พบปะพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง จ.สงขลา และได้มาชื่นชมความสำเร็จของสถาบันเกษตรกรที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการรวมกลุ่มกันเป็นสถาบันเกษตรกรที่มีระบบการบริหารจัดการที่ดีและมีวิสัยทัศน์ จะช่วยสร้างผลกำไรและทำให้กลุ่มสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองช้าง ถือเป็นต้นแบบของการยกระดับสถาบันเกษตรกรให้มีศักยภาพจนก้าวขึ้นเป็น “สถาบันเกษตรกรต้นแบบระดับประเทศ” โดยเฉพาะการได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลก ทั้งมาตรฐาน EUDR และมาตรฐาน FSC รวมถึงเป็นกลุ่มนำร่องที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจสอบย้อนกลับยางพาราไทย (Thai Rubber Traceability) โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้จริง ถือเป็นการพลิกวิกฤตการกีดกันทางการค้าให้กลายเป็น “โอกาสทอง” ของยางพาราไทยอย่างแท้จริง

นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนนโยบายหลัก 5 ด้าน ภายใต้วิสัยทัศน์ “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเกษตรกรไทย” ซึ่งความสำเร็จของสหกรณ์คลองช้างในวันนี้ คือภาพสะท้อนการเชื่อมโยงความสำเร็จของพื้นที่เข้ากับนโยบายหลักของกระทรวงเกษตรฯ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการยกระดับการผลิตด้วยนวัตกรรม การเพิ่มรายได้ผ่านการแปรรูป และการพัฒนาศักยภาพสหกรณ์  ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ กยท. และทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ นำโมเดลของ “สหกรณ์กองทุนสวนยางคลองช้าง จำกัด” ไปขยายผลเพื่อยกระดับสถาบันเกษตรกรแห่งอื่นๆ ให้มีมาตรฐานสากล มีระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่แม่นยำ และมีแนวทางการบริหารจัดการองค์กรให้มีผลกำไรที่ชัดเจน

ด้าน รศ.ดร.วีริศ กล่าวว่า กยท. มุ่งเน้นพันธกิจในการ “สร้างความเข้มแข็ง และส่งเสริมการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมืออาชีพ” โดยเฉพาะการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนายางพารา ตามมาตรา 49 เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนสถาบันเกษตรกรอย่างครบวงจร ทั้งด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป และการตลาด สำหรับสหกรณ์กองทุนสวนยางคลองช้าง จำกัด ถือเป็นแบบอย่างของสถาบันเกษตรกรที่มีความเข้มแข็งระดับแนวหน้า จากการได้รับการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดของ กยท. จนสามารถพัฒนาระบบบริหารจัดการธุรกิจยางพาราอย่างมืออาชีพ มีผลประกอบการที่มีกำไรอย่างต่อเนื่อง และสามารถเข้าร่วมขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ของ กยท. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเป็นสถาบันนำร่อง กลุ่มแรกแรกของไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน Thai Rubber Traceability ซึ่งช่วยสร้างระบบยืนยันแหล่งที่มาของยางพาราอย่างเเม่นยำ เพิ่มมูลค่าสินค้า และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อในตลาดโลก

รศ.ดร.วีริศ กล่าวด้วยว่า สหกรณ์แห่งนี้ยังสามารถยกระดับตนเอง ให้ผ่านการรองรับมาตรฐานสากลระดับโลก ได้แก่ มาตรฐาน EUDR มาตรฐาน FSC รวมถึงการเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) โดย สหกรณ์แห่งนี้มีเป้าหมายดำเนินการในพื้นที่ 1,600 ไร่ ทั้งนี้ ในภาพรวมโครงการคาร์บอนเครดิต กยท. มีการดำเนินงานทั่วประเทศในช่วงปี 2566–2568 จำนวน 152,357 ไร่ และในปี 2569–2570 มีแผนดำเนินการเพิ่มเติมอีก 400,000 ไร่ รวมทั้งสิ้น 552,357 ไร่

“กยท. เชื่อมั่นว่า การตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายของท่าน รมว. เกษตรฯ ในครั้งนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนยางพาราของไทย เป็นขวัญกำลังใจให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางมีความเข้มแข็ง มั่งคั่ง และเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป” รศ.ดร.วีริศ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ นายสุริยะยังได้มอบปัจจัยสนับสนุนด้านการตลาดแก่สถาบันเกษตรกร จำนวน 6 แห่ง และพบปะสมาชิกของสหกรณ์ฯ เพื่อรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะ ตลอดจนเยี่ยมชมการบริหารจัดการพื้นที่สวนยางในรูปแบบการทำเกษตรแบบผสมผสาน ทั้งพืชร่วมยาง พืชแซมยาง ไม้พะยูง และสับปะรดด้วย

Leave a Reply