
ก้าวสู่อีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสามารถของเด็กกิจกรรมในรั้ว ม.รังสิต เมื่อ “ธัญญ่า – ธัญชนก มหาวรรณ์แจม” นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาภาษาจีน วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เจิดจรัสขั้นสุดด้วยการคว้าตำแหน่ง Miss Universe Phang Nga 2026 มาครองได้สำเร็จ การเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่เริ่มต้นจากความกล้าที่จะคว้าทุกโอกาส ควบคู่ไปกับการปั้น ‘ชุดเกราะทางภาษา’ พัฒนาตนเอง เพื่ออนาคตที่เธอออกแบบเอง
“ภาษาจีน และ รด.” ชุดเกราะและความท้าทายบนความไม่แน่นอน
แม้ว่าธัญญ่าจะเติบโตมาที่จังหวัดระยองพร้อมกับความฝันอันแรงกล้าที่อยากจะเป็นนักแสดง แต่เธอก็ตระหนักดีว่าเส้นทางสายบันเทิงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เธอจึงเลือกเรียนต่อทางด้านภาษาเพื่อเป็นแผนสำรองในชีวิต

“ธัญญ่าจบชั้นมัธยมศึกษามาจากโรงเรียนมัธยมตากสินระยองค่ะ หนูเรียนภาษาจีนมาตั้งแต่ชั้น ม.2 และเลือกเรียนต่อเอกภาษา ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วจะอยากเป็นนักแสดง เหตุผลเพราะว่าหนูมองถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ถ้าเกิดว่าเราไม่ดังล่ะ ถ้าเลือกเรียนนิเทศฯ แล้วเราไม่ดัง เราจะใช้เอกนี้เรียนอะไรต่อ ก็เลยลองคิดดูว่าถ้าเรียนภาษาจีน อย่างน้อยถ้าไม่ดังเราก็สามารถเอาภาษาจีนไปต่อยอดทำอาชีพอื่นได้”
นอกจากเรื่องภาษาแล้ว ลุคหวานๆ ของเธอยังขัดกับไลฟ์สไตล์อย่างสิ้นเชิง เพราะธัญญ่าเลือกเรียน รด. ตามความตั้งใจของครอบครัวที่อยากให้ได้ยศว่าที่ร้อยตรีหญิง ซึ่งมันตรงกับนิสัยส่วนตัวของเธอที่ชอบอะไรลุยๆ หวาดเสียว และท้าทาย เธอเสริมว่าแม้ตอนนี้จะยังไม่ได้คิดไปต่อยอดในสายราชการ ทหาร หรือตำรวจ แต่การเรียน รด. ก็ถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสและแต้มต่อสำคัญที่เธอมีติดตัวไว้ เผื่อว่าในอนาคตเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา
เบื้องหลังการคว้าโอกาส และตารางชีวิตในกองประกวด

จุดเริ่มต้นบนเวทีจักรวาลของธัญญ่า เกิดจากการที่เธอเลือกจะคว้าทุกโอกาสที่เข้ามา แม้ว่าก่อนหน้านี้เธอจะหยุดประกวดไปแล้ว และเน้นรับงานถ่ายแบบเป็นหลัก แต่เมื่อมีคนมาชวนให้ลงประกวด Miss Universe อยู่หลายครั้ง เธอจึงตัดสินใจลองทำดู เพราะเชื่อว่าหากเราอยู่กับที่เฉยๆ หรือมัวแต่รอโอกาสเป็นนักแสดงอย่างเดียว ก็อาจจะไม่มีใครมองเห็นเรา การประกวดนางงามจึงเป็นพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนได้ค้นพบตัวตนของเธอ แน่นอนว่าการเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงการประกวด Miss Universe พังงา ทางกองประกวดกำหนดให้เข้ากองตั้งแต่วันที่ 1-3 และแข่งขันในวันที่ 4 ทันที แต่ในวันที่ 1 ธัญญ่าติดภารกิจสอบที่มหาวิทยาลัย เธอจึงเลือกที่จะลำดับความสำคัญและยืนหยัดเพื่อตัวเองโดยไม่ฝืนร่างกาย เธอไม่ได้เข้ากองในวันแรก และมีเวลาฝึกเดิน Pattern และเรียนเต้นกับกองเพียงแค่วันที่ 2 และ 3 เท่านั้น แต่เนื่องจากเธอมีพื้นฐานการเดินแบบที่เรียนมาจากระยอง เคยออกงานหลายงาน และเคยเป็นทูตวัฒนธรรมเดินแบบให้ MUT มาก่อน 2-3 ครั้ง ประสบการณ์เหล่านั้นจึงช่วยให้เธอผ่านพ้นมาได้
“ที่จริงหนูเป็นคนไม่ค่อยเครียดอยู่แล้ว เพราะที่บ้านหนูก็ไม่เคยกดดันอะไรค่ะ เขามักจะบอกว่า ชนะตัวเองก็พอ ไม่ต้องสู้กับใคร แค่สู้กับตัวเอง แต่ถ้าเวลาหนูแข่งหรือทำอะไรก็ตามแล้วมีช่วงที่รู้สึกกดดัน หนูก็จะบอกตัวเองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไป เพราะว่าสุดท้ายแล้วเราเอาเวลาที่กดดันมาคลายเครียดดีกว่า ไม่งั้นตัวเราเองจะเหนื่อยมากๆ”
แรงขับเคลื่อนในวันเหนื่อยล้า และจุดอ่อนที่อยากพัฒนา
ถึงจะมีช่วงเวลาที่เหนื่อยจนอยากนอนเฉยๆ แต่สิ่งที่ทำให้ธัญญ่ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อ และแคสงานอยู่เรื่อยๆ คือครอบครัวที่เธออยากให้สบายขึ้น ธัญญ่าบอกว่าจุดแข็งของเธอคือความอึด ไม่กลัวการทำงานหนักตั้งแต่เช้าจนกลางคืน แต่จุดอ่อนคือหลังจากงานเสร็จ เธอจะกลายเป็น Introvert ทันที

“บางทีหนูต้องยิ้มจนกรามล็อก จนคนบอกว่าทำไมยิ้มแปลกๆ คือหนูไม่ได้ยิ้มแปลกนะคะ แต่หนูกรามล็อก แล้วพอทำงานเสร็จ เราจะไม่คุยกับใคร จะไม่พูดกับใครเลยเพราะเราเหนื่อยแล้ว ไม่อยากสื่อสาร แล้วก็จะหงุดหงิดง่ายไม่อยากให้ใครมาเซ้าซี้ หนูก็รู้สึกว่ามันเป็นนิสัยที่ไม่ดีอย่างหนึ่งที่อยากจะพัฒนาค่ะ แต่ส่วนที่อยากพัฒนาที่สุดเลยคือการพูด เพราะหนูเป็นคนพูดเร็ว แล้วบางทีก็พูดไม่รู้เรื่อง มีติดๆ ขัดๆ บ้าง คือสมองคิดไปแล้วแต่ว่าปากมันไม่ไปตาม ตรงนี้ก็เป็นส่วนที่หนูพยายามจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นค่ะ”
การเปลี่ยนลุค และการทำความรู้จักกับ “จังหวัดพังงา”
การได้เป็น Miss Universe พังงา เปิดโอกาสให้เธอได้ลองเปลี่ยนลุค จากปกติที่แต่งหน้าหวานๆ สไตล์บาร์บี้ ก็ต้องปรับมาแต่งหน้าเข้มๆ เฉี่ยวๆ สไตล์สายฝอ แม้ตอนแรกจะไม่ค่อยมั่นใจ แต่ก็ดีใจที่ได้ลอง และช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ก็เริ่มมีคนพูดถึงเธอในแง่ดี โดยบอกว่าเธอหน้าเหมือนดารามากกว่านางงามด้วยซ้ำ นอกจากนี้ ในฐานะตัวแทนจังหวัด เธอยังได้ใช้โอกาสนี้ศึกษาข้อมูลของพังงาอย่างจริงจัง จากเดิมที่เธอโตและเรียนที่ระยองมาตลอด 20 ปี (และเพิ่งเคยไปเกาะเสม็ดแค่ครั้งเดียวเมื่อปีที่แล้ว) จนสามารถตอบเรื่องระยองได้แม่นยำ ตอนนี้เธอได้รับบทบาทใหม่ในการใช้สื่อโซเชียลมีเดียให้เป็นประโยชน์เพื่อทำหน้าที่โปรโมตและเป็นตัวแทนของชาวพังงาให้ดีที่สุด
อบอุ่นในบ้าน “ศิลปศาสตร์ ม.รังสิต” และเป้าหมายที่ไม่ดร็อปเรียน
ในพาร์ทของการเรียน ธัญญ่ายืนยันว่าเธอตัดสินใจถูกที่สุดที่เลือกมาเรียนที่ ม.รังสิต เพราะบรรยากาศมีความผ่อนคลายและมีความสุขมาก โดยเฉพาะในวิทยาลัยศิลปศาสตร์ที่รุ่นพี่และเพื่อนๆ คอยซัพพอร์ตกันอย่างเต็มที่ ไม่มีเรื่องการอิจฉาหรือทับถมกัน แม้กระทั่งตอนที่เธอไปประกวด รุ่นพี่ก็ยังตามไปเป็นสตาฟและเป็นพี่เลี้ยงดูแลเธอเป็นอย่างดี รวมถึงอาจารย์และ “แม่น้อย” ที่เข้าใจเด็กกิจกรรมอย่างมาก
“สำหรับห้องเรียนเอกภาษาจีน การเรียนเอกภาษาไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะมหาวิทยาลัยรังสิตเริ่มสอนให้ตั้งแต่พื้นฐานการออกเสียงพินอิน (Pinyin) โดยจะมีการแบ่งห้องเรียนตามระดับความสามารถ เช่น คนเก่งมากจะอยู่ห้อง 1 ส่วนคนที่มีพื้นฐานน้อยจะอยู่ห้อง 4 และถ้าใครรู้สึกเรียนไม่ไหวก็สามารถขอเปลี่ยนย้ายห้องได้ ซึ่งอาจารย์เข้าใจดี เทคนิคเรียนจีนของเธอคือการเน้นจำคำศัพท์ เพราะข้อสอบส่วนใหญ่เน้นคำศัพท์ ถ้ารู้ศัพท์ก็สามารถทำได้ทุกอย่าง หนูอ่ะตั้งเป้าหมายสูงสุดของตัวเองเอาไว้ว่าเราจะไม่ดร็อปเรียน จะต้องตั้งใจเรียนและทำงานควบคู่กันไปให้จบ โดยไม่ปล่อยให้ตารางงานมาทำให้การเรียนต้องล่าช้า มันก็เป็นจุดยึดเหนี่ยว เป็นเป้าหมาย ที่ตอนนี้หนูก็นำมาเป็นกฎระเบียบชีวิตระหว่างที่เรายังเป็นนักศึกษา ในส่วนเรื่องอื่นๆ หนูก็จะทำทุกสิ่งด้วยความตั้งใจ และไม่ลืมความเป็นตัวเอง ไม่ว่าจะทำอะไรต้องมุ่งมั่น บางคนจะชอบรอให้ตัวเองพร้อมก่อน ไม่ว่าจะเรื่องการพูด หน้าตา หรืออะไรก็แล้วแต่ จนทำให้เสียเวลามากๆ เพราะเราไม่รู้เลยว่าบางที จริงๆ แล้วเขาอาจจะต้องการ Character แบบที่เราเป็นอยู่ก็ได้ อยากให้ลองลงมือทำก่อน เพราะบางทีเพชรเม็ดงามไม่จำเป็นต้องมีค่าหรือส่องประกายตั้งแต่แรกเห็น แต่เราควรทำยังไงก็ได้ให้คนสามารถจดจำเราได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอดีกว่าค่ะ”
***************************

