กรุงเทพฯ, 24 สิงหาคม 2569 – หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จในการร่วมมือกับ ดูโฮม ศูนย์ค้าปลีก-ค้าส่ง วัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ตกแต่งบ้าน แบบครบวงจรระดับประเทศ ในการย้ายระบบบริหารทรัพยากรองค์กร (ERP) ขึ้นสู่ หัวเว่ย คลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และเสริมความคล่องตัวทางธุรกิจ พร้อมยกระดับประสบการณ์การให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ
ด้วยจำนวนสินค้ามากกว่า 100,000 รายการ (SKU) สาขาขนาดใหญ่ 27 แห่ง สาขา Dohome ToGo 30 แห่ง และศูนย์กระจายสินค้า 1 แห่ง ดูโฮมให้ความสำคัญในเรื่องของระบบ ERP ในการบริหารจัดการธุรกิจ สินค้าคงคลัง และการดำเนินงานหน้าร้านอย่างมีประสิทธิภาพ โดยก่อนหน้านี้ ระบบ ERP ของบริษัทถูกติดตั้งบนคลาวด์ในต่างประเทศ ซึ่งอาจมีข้อจำกัดและความไม่สะดวกบางประการในการใช้งาน เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดูโฮมจึงเลือกหัวเว่ย คลาวด์ เป็นพันธมิตรด้านคลาวด์ที่เชื่อถือได้ โดยหัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้ให้บริการคลาวด์รายแรกในประเทศไทยที่มีศูนย์ข้อมูลในประเทศ 3 แห่ง (Availability Zones) ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงและความต่อเนื่องในการให้บริการ พร้อมลดต้นทุนการรับส่งข้อมูลข้ามประเทศ และเพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองของระบบที่สำคัญต่อธุรกิจ
นอกจากนี้ โซลูชัน SAP บนหัวเว่ย คลาวด์ ยังช่วยให้ทีมไอทีของดูโฮมสามารถติดตามและบริหารจัดการทรัพยากรระบบ รวมถึงข้อมูลแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้จากศูนย์กลางเดียว ส่งผลให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและการบำรุงรักษาระบบ (Operation & Maintenance) เพิ่มขึ้นถึง 30% ขณะเดียวกันหัวเว่ย คลาวด์ ยังให้บริการสนับสนุนทางเทคนิคภายในประเทศ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเข้าหน้างานได้ตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นางสาวเซลีน เชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลจำเป็นต้องอาศัยแพลตฟอร์มคลาวด์ที่มีทั้งประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเข้าใจในบริบทของธุรกิจในประเทศ หัวเว่ย คลาวด์ มีความยินดีที่ได้สนับสนุนดูโฮมในการยกระดับระบบ ERP ด้วยโซลูชัน SAP และโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ภายในประเทศไทย การนำระบบงานสำคัญมาอยู่ใกล้กับผู้ใช้งานมากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุน และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตและนวัตกรรมในอนาคต”
โซลูชัน SAP บน หัวเว่ย คลาวด์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบ ERP แบบดั้งเดิม พร้อมเร่งการปรับปรุงและพัฒนาระบบธุรกิจบนคลาวด์ ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ทั้งยังมอบประสิทธิภาพการประมวลผล SAP ระดับสูง โดยมีค่า SAPS สูงกว่าผู้ให้บริการรายอื่นในระดับเดียวกันถึง 13%

นายมารวย ตั้งมิตรประชา กรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในขณะที่ธุรกิจของเราขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เราต้องการแพลตฟอร์มคลาวด์ที่สามารถรองรับการเติบโตขององค์กร พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในการดำเนินงาน หัวเว่ย คลาวด์ ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงบทบาทของการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ซึ่งการย้ายระบบ ERP มายังหัวเว่ย คลาวด์ ช่วยให้เราลดการลงทุนด้านเทคโนโลยีได้ประมาณ 30% สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วของระบบ รวมถึงยังได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากทีมงานในประเทศอย่างทันท่วงทีทำให้เราสามารถบริหารจัดการระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ Cloud ได้วางรากฐานสำคัญที่พร้อมรองรับการนำเทคโนโลยี Automation, AI และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Data Analytics) มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้ดูโฮมสามารถนำข้อมูลมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงาน และยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่ Digital Transformation และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนองค์กรไทยในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล ผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ที่ทันสมัย บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการในประเทศ และโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล
# # #
เกี่ยวกับหัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย
หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เป็นผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำที่มุ่งมั่นในการเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้พันธกิจ “In Thailand, For Thailand” โดยมุ่งสนับสนุนทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจในการยกระดับศักยภาพด้วยเทคโนโลยีคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์อย่างยั่งยืน
จากรายงานล่าสุดของ Gartner ระบุว่า หัวเว่ย คลาวด์ ครองอันดับ 2 ด้านรายได้ในตลาด Infrastructure as a Service (IaaS) ของประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากลูกค้าและการเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งในตลาดไทย
หัวเว่ย คลาวด์ เป็นผู้ให้บริการ Public Cloud ระดับนานาชาติรายแรกที่จัดตั้ง Data Center ภายในประเทศไทย ปัจจุบันมีการดำเนินงานครอบคลุมถึง 3 Availability Zones เพื่อรองรับความเสถียรสูง ความต่อเนื่องของบริการ และประสบการณ์การใช้งานที่มีความหน่วงต่ำสำหรับลูกค้าในประเทศ
ด้วยประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ICT กว่า 30 ปี หัวเว่ยสามารถผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ Artificial Intelligence (AI), Cloud-Native 2.0 และ Big Data เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐมากกว่า 40 แห่ง และองค์กรธุรกิจชั้นนำจำนวนมากทั่วประเทศ
หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่ง พร้อมพัฒนาทักษะบุคลากรในประเทศ เพื่อขับเคลื่อน “เศรษฐกิจดิจิทัล” ของประเทศไทย และนำเทคโนโลยี Cloud และ AI ไปสู่ทุกภาคส่วนของประเทศ เพื่ออนาคตที่เชื่อมต่อและชาญฉลาดอย่างแท้จริง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชม Huawei Cloud Thailand ได้ที่
เว็บไซต์: https://www.huaweicloud.com/intl/th-th/
ติดตามข่าวสารและอัปเดตเพิ่มเติมได้ทาง:
Facebook: https://www.facebook.com/HuaweiCloudTH
YouTube: https://www.youtube.com/@HuaweiCloudAPAC

