
อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของวิทยาลัยศิลปศาสตร์ นายประสพโชค เกษบำรุง (เตอร์) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต คว้าทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาวิชา World Studies ณ Universität Bielefeld ประเทศเยอรมนี ภายใต้ความร่วมมือทางวิชาการระหว่างวิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และ Universität Bielefeld ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก อันดับที่ 424 จากกว่า 14,000 สถาบัน
“เตอร์จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเซนต์หลุยส์ศึกษา และเลือกเรียนต่อสายภาษาเพราะเชื่อว่า ภาษาเป็นพื้นฐานที่ควรรู้ รวมถึงเป็นใบเบิกทางในชีวิต”

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยรังสิตของเตอร์เริ่มต้นจากมหาวิทยาลัยที่อยู่ใกล้บ้านและเดินทางสะดวก สู่ความประทับใจในบรรยากาศการเรียนที่ไม่เครียดจนเกินไปและกิจกรรมมากมายที่มีให้ทำ เตอร์สั่งสมทักษะภาษาที่ได้เรียนรู้จากสาขาวิชาภาษาอังกฤษตลอดระยะเวลา 4 ปี และนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานจริงกับการฝึกงานที่ท่าอากาศยานดอนเมือง

“ตอนนี้ผมกำลังฝึกงานที่ AOT ดอนเมือง โดยรับผิดชอบเกี่ยวกับหน้าที่การประชาสัมพันธ์ เหตุผลที่มาฝึกเพราะว่า อยากลองทำงานในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ซึ่งงานประชาสัมพันธ์ถือเป็นก้าวที่ดีในการเรียนรู้ ตอนเริ่มต้นฝึกงานคาดหวังว่าจะสบาย แต่จริงๆ แล้วไม่เลย เพราะว่ากว่าจะได้ลงมาทำงานจริงๆ ใช้เวลาฝึกในห้องอบรมไป 1 สัปดาห์เต็มๆ มีสอบข้อเขียน และถามตอบ กว่าจะได้ลงมือทำจริงๆ เหนื่อยมากครับ ปัจจุบันก็ยังเหนื่อย แต่ว่ามีความสุขกับการทำงานมาก หน้าที่ที่รู้สึกท้าทายที่สุดคือการประกาศออกไมค์ เพราะว่าจะพลาดไม่ได้เลยเด็ดขาด ในการฝึกงานได้เรียนรู้ประสบการณ์ทำงานจริง ได้ใช้ภาษาอังกฤษ กระทั่งภาษาจีนยังได้ใช้ และได้ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามาเยอะมากๆ เพราะผู้โดยสารแต่ละท่าน มีความต้องการต่างกัน เราจึงต้องพยายามช่วยให้ได้มากที่สุด การเลือกที่ฝึกงานในครั้งนี้ช่วยให้เข้าใจเส้นทางอาชีพที่อยากทำต่อไปในอนาคตมากขึ้น ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วอาจจะไม่เหมาะกับสายงานนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าทำไม่ได้นะ แต่รู้ตัวแล้วว่าไม่ได้ชอบที่สุด”
เตอร์เล่าถึงประสบการณ์ที่เขามองว่าเป็น “จุดตกต่ำที่สุด” ในการเรียนมหาวิทยาลัยของตัวเอง และจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาก้าวผ่านมาได้
“ชีวิตในรั้วมหาลัยค่อนข้างแตกต่างจากที่คาดไว้มาก ตอนเป็นเด็กปี 1 เคยไปอยู่จุดตกต่ำที่สุด ติด F 3 ตัว จนทำให้ GPA ตกไปเหลือ 2.25 ตอนนั้นเครียดมาก มืดทุกด้าน แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นตอนปี 2 ได้เจอเพื่อนใหม่ๆ และพากันเรียนมาจนจบ ต้องขอบคุณเพื่อนๆ มากครับ ที่มาเปลี่ยนชีวิต เพราะตอนนั้นเกือบจะยอมแพ้แล้ว”
จากช่วงเวลาที่เกือบจะยอมแพ้ สู่ช่วงเวลาที่ได้เป็นนักศึกษาเอกภาษาอังกฤษผู้ได้รับทุนการศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ ประเทศเยอรมนี
“ผมมามองเห็นโอกาสของตัวเอง จุดเปลี่ยนของตัวเองในเวลาที่ยังไม่สายไปครับ เมื่อทราบข่าวมาจาก อาจารย์ Klaus เกี่ยวกับทุนนี้ เป็นทุนเรียนฟรีจากทางมหาวิยลัย Bielefeld ก็ตั้งใจทำให้ดีที่สุดเพื่อการสมัครเข้ารับทุน ขั้นตอนการสมัครค่อนข้างยาก เพราะต้องการเอกสารค่อนข้างเยอะ เช่นใบจบการศึกษาระดับมัธยมปลาย ใบจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ใบวัดระดับภาษา และอื่น ๆ การเตรียมตัวที่จำเป็นเลยคือ การเรียนภาษาเยอรมัน เพราะว่าจะไปอยู่ที่เยอรมันเป็นเวลา 1 ปีครึ่ง จึงทำให้ต้องเรียนภาษาเยอรมัน เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ในรายละเอียดคร่าวๆ เตอร์จะต้องศึกษาเรื่องภาษาอังกฤษในการสื่อสาร การเรียน การทำวิจัยในระดับบัณฑิตศึกษา โดยคาดว่าจะบินไปเรียน ประมาณเดือนเมษายนปีหน้า แต่ปัจจุบันยังไม่ทราบรายละเอียดมากนักครับ เกี่ยวกับ การกิน การอยู่ และการเรียน ซึ่งเตอร์ก็พยายามศึกษา ดูรีวิวให้มากเข้าไว้ เพื่อจะได้นำไปปรับใช้ครับ”
ชีวิตในช่วงมหาวิทยาลัยและแนวคิดของเตอร์สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการไม่ยอมแพ้และเดินหน้าต่อ เพื่อแสงสว่างจากโอกาสที่อาจรออยู่ข้างหน้า โดยเตอร์ได้ทิ้งท้ายด้วยข้อความถึงรุ่นน้องที่กำลังค้นหาตัวเอง
“ไม่ว่าอยากจะทำอะไรทำไปเลยเพราะว่า วัยของเราจะล้มและลุกกี่ครั้งก็ได้ แค่ค้นหาตัวเองให้เจอก็พอ ไม่ต้องเก่งที่สุดในสายตาคนอื่น เป็นตัวของตัวเองก็พอแล้ว”
***************************

