เบื้องหลังความสำเร็จระดับ Top 1% บนฐานข้อมูล Scopus เจาะลึกมุมมองและงานวิจัยชิ้นโบแดงของ ‘ดร. บิลเลล อาร์บาอุย’ ว.นานาชาติ ม.รังสิต

ในแวดวงวิชาการและการวิจัยขั้นสูง การที่ผลงานวิจัยจะได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์ในวารสารชั้นนำถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจยิ่งกว่าคือการที่งานวิจัยชิ้นนั้นสามารถคว้าอันดับ 1 ของสาขามาครองได้สำเร็จ Dr. Billel Arbaoui อาจารย์วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต เจ้าของผลงานวิจัยด้าน Computational ระดับขึ้นหิ้ง ที่จะมาบอกเล่าถึงเบื้องหลังความสำเร็จและแรงบันดาลใจที่ส่งต่อถึงนักวิจัยรุ่นใหม่ทุกคน

“กับความรู้สึกแรกและก้าวสำคัญบนเวทีวิชาการโลก สำหรับผมแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่ท่วมท้นและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ งานวิจัยชิ้นนี้มีชื่อว่า ‘A computational approach to cognitive architecture with adaptive networks and entropy-driven dynamics’ ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้ตีพิมพ์ใน Decision Analytics Journal ภายใต้สำนักพิมพ์ชั้นนำของโลกอย่าง Elsevier สิ่งที่ทำให้ผมและทีมงานหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง คือการได้เห็นการจัดอันดับในฐานข้อมูล Scopus โดยวารสารนี้ได้รับการจัดอันดับให้เป็น อันดับที่ 1 จากทั้งหมด 198 วารสาร ในสาขา Mathematics: Analysis และอยู่ใน เปอร์เซ็นไทล์ที่ 99 (Top 1%) ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของสาขาวิชา การได้รับความเห็นชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิระดับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของงานวิจัย และแสดงให้เห็นว่าแนวคิดที่เราทุ่มเทคิดค้นขึ้นมานั้นสามารถสร้างผลกระทบและจุดประกายใหม่ๆ ให้กับแวดวงวิชาการในระดับสูงได้จริงครับ ทั้งนี้ งานวิจัยฉบับนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการพัฒนากรอบวิธีวิจัย ที่สามารถใช้เป็นพื้นฐานของบทระเบียบวิธีวิจัยในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอก (PhD thesis หรือ dissertation) โดยนักวิจัยสามารถนำไปต่อยอดเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของงานวิจัยของตนเองได้”

ถอดรหัสงานวิจัย เมื่อคณิตศาสตร์ตอบคำถามเรื่องกลไกทางปัญญา

 “ถ้าอธิบายให้เห็นภาพสั้นๆ งานวิจัยชิ้นนี้เป็นการใช้ ‘แนวทางเชิงคำนวณ’ (Computational Approach) เข้ามาศึกษาโครงสร้างหรือสถาปัตยกรรมทางปัญญา (Cognitive Architecture) โดยเรานำเรื่องของเครือข่ายที่สามารถปรับตัวได้ (Adaptive Networks) มาผสานเข้ากับพลศาสตร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเอนโทรปี (Entropy-driven Dynamics) ครับ ความท้าทายของงานชิ้นนี้คือ การพยายามสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ขั้นสูงขึ้นมา เพื่ออธิบายว่าระบบคิดหรือกลไกการรับรู้ที่ซับซ้อนนั้น มีการจัดการข้อมูลและปรับเปลี่ยนโครงสร้างตัวเองอย่างไรเมื่อต้องเจอกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป การที่เราสกัดเอาความซับซ้อนเหล่านี้ออกมาเป็นสูตรและระบบคำนวณที่แม่นยำได้ ทำให้ผู้ทรงคุณวุฒิระดับนานาชาติมองเห็นคุณค่า ว่านี่คือองค์ความรู้ใหม่ที่จะช่วยต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีอัจฉริยะและการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงในอนาคตครับ”

ส่งต่อแรงบันดาลใจและพลังขับเคลื่อนสู่นักวิจัยรุ่นใหม่

 “ผมมองว่าความสำเร็จในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ใบประกาศหรือสถิติส่วนตัวของผม แต่มันคือหลักฐานที่จับต้องได้เพื่อบอกกับนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ทุกคนว่า ‘พวกเราทุกคนมีความสามารถในระดับสากล’ การที่เราสามารถพาผลงานไปยืนอยู่ในจุดสูงสุด Top 1% ของโลกได้ มันช่วยสะท้อนให้เห็นว่าสภาพแวดล้อมการทำงานและงานวิชาการของเรามีความแข็งแกร่งและไม่แพ้ใคร ผมอยากให้งานวิจัยชิ้นนี้เป็นเหมือนแรงบันดาลใจและเข็มทิศให้กับน้องๆ นักศึกษาว่า อย่ากลัวที่จะคิดนอกกรอบ อย่ากลัวที่จะตั้งคำถามในสิ่งยากๆ เพราะกระบวนการวิจัยที่ถูกต้อง ความอดทน และความมุ่งมั่น จะพาเราไปสู่คำตอบที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้สังคมได้เสมอ และผมพร้อมที่จะเป็นแรงสนับสนุนเพื่อช่วยผลักดันให้คนรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมาสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพแบบนี้ต่อไปครับ”

***************************

Leave a Reply