คาโอ-SCGP-SCGC-DOW เปิดตัวถุงเติมมาจิคลีนใหม่พลิกโฉมนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์หลายชั้นจากวัสดุชนิดเดียวรีไซเคิลง่ายขึ้น ตอบโจทย์ผู้บริโภครักษ์โลก

กรุงเทพฯ – 22 มิถุนายน 2569 บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ประกาศความสำเร็จในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ชนิดรีฟิลหรือถุงเติมรูปแบบใหม่ สำหรับน้ำยาถูพื้น “มาจิคลีน” สูตรเนเชอรัล เอสเซนส์ ขนาด 700 มิลลิลิตร ด้วยนวัตกรรมโมโนแมททีเรียล (Mono-material) ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้บรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวหลายชั้น (Flexible Packaging) ผลิตจากวัสดุชนิดเดียว จึงสามารถรีไซเคิลได้ทั้งหมด 100% สะดวกต่อการจัดการหลังใช้งาน ช่วยเพิ่มโอกาสในการนำบรรจุภัณฑ์กลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ประมาณ 18 ตันต่อปี สะท้อนความก้าวหน้าที่สำคัญด้านนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน และตอกย้ำเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสี่องค์กรในการสนับสนุนประเทศไทยสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569
การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ดังกล่าวเกิดจากความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของคาโอ ผสานกับการพัฒนาสูตรและเทคโนโลยีการผลิตบรรจุภัณฑ์ของ SCGP การสนับสนุนโซลูชันครบวงจรจาก SCGC และความเชี่ยวชาญด้านวัสดุสมรรถนะสูงของ Dow โดยปรับโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ชนิดอ่อนหลายชั้นจากเดิมที่ประกอบด้วยวัสดุหลายชนิด (Multi-material) ให้เป็นวัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ทำให้สามารถนำไปรีไซเคิลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการรีไซเคิลเชิงกล
สำหรับคาโอ หนึ่งในผู้นำด้านผลิตภัณฑ์อุปโภคของประเทศไทย การนำบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่นี้มาใช้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาว อาทิ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดให้สามารถรีไซเคิลได้ภายในปี 2570 และการมุ่งสู่เป้าหมายขยะบรรจุภัณฑ์พลาสติกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2583 โดยการนำบรรจุภัณฑ์โมโนแมททีเรียลมาใช้กับแบรนด์มาจิคลีน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของคาโอในการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างรับผิดชอบตลอดห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์


นายอากิระ นิชิมากิ ประธานกรรมการ บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “คาโอยังคงมุ่งมั่นพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ความยั่งยืน Kirei Lifestyle Plan ตามหลัก 4Rs (Reduce, Reuse, Recycle, Replace) น้ำยาถูพื้นมาจิคลีนถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จทางด้านการจำหน่ายสู่ท้องตลาดและเราต้องการต่อยอดความสำเร็จนี้ด้วยการช่วยให้ผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมสามารถมีส่วนร่วมได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เพียงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ของคาโอก็มีส่วนช่วยดูแลโลกได้มากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง”


นายเอกราช นิโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานลูกค้า บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า “SCGP ได้นำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์และการพัฒนาฟิล์ม ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาสูตรฟิล์ม การปรับกระบวนการผลิต ไปจนถึงการทดสอบการใช้งานจริง พร้อมผสานเทคโนโลยีการผลิตเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สามารถเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวจากโครงสร้างหลายวัสดุ (Multi-material) ไปสู่โครงสร้างวัสดุชนิดเดียว (Mono-material) ได้สำเร็จ ซึ่งนับว่าเป็นโจทย์ที่มีความท้าทายสูง เนื่องจากสินค้ามีคุณสมบัติเฉพาะที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ทีมงานจึงต้องทุ่มเทความพยายามในการทดลองและปรับสูตร เพื่อให้มั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์ยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ความทนทานต่อการใช้งาน และกระบวนการขึ้นรูปถุงเดิมของลูกค้าไว้ได้ ถือเป็นความมุ่งมั่นและความร่วมมือระหว่างพันธมิตรในการยกระดับบรรจุภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพการใช้งานและความยั่งยืนไปพร้อมกัน อีกทั้งยังสามารถต่อยอดไปสู่บรรจุภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทอื่น ๆ เพื่อขยายการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อการรีไซเคิล และสนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนในวงกว้าง”


นายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ระบุว่า “SCGC มีแนวทางการพัฒนานวัตกรรมด้านพอลิเมอร์และโซลูชันเพื่อความยั่งยืน โดยเน้นการพัฒนาเม็ดพลาสติกที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพ สามารถตอบโจทย์ลูกค้าอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมรีไซเคิลเพื่อให้พลาสติกใช้แล้วกลับมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ โจทย์ที่ท้าทายคือ การใช้วัสดุชนิดเดียวกันในทุก ๆ ชั้นของบรรจุภัณฑ์ โดยในชั้นพิมพ์ SCGC ได้พัฒนาเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง SCGC™ HDPE H619F ให้มีคุณสมบัติแข็งแรง คงรูปได้ดี สีติดทนและคมชัด สามารถนำบรรจุภัณฑ์กลับมารีไซเคิลได้ 100% ส่งเสริมการนำพลาสติกใช้แล้วกลับเข้าสู่ระบบ สอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืน ทั้งยังสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน และความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศไทย”


นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “นวัตกรรมเม็ดพลาสติกพอลิเอทิลีนสมรรถนะสูง INNATE™ TF80 และ AFFINITY™ จาก Dow สำหรับชั้นซีล ช่วยให้บรรจุภัณฑ์มีความแข็งแรง ทนทาน และคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ได้ตลอดอายุการใช้งาน รองรับการออกแบบที่คำนึงถึงการจัดการเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน ความสำเร็จในครั้งนี้จึงแสดงให้เห็นถึงบทบาทของวัสดุศาสตร์ในการสนับสนุนลูกค้าของเราให้บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน และมีส่วนช่วยให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างเป็นรูปธรรม”

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ทางเลือกนี้ได้เกิดจากการลงนามความร่วมมือ MOU การพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก เพิ่มทางเลือกแก่ผู้บริโภค ระหว่างคาโอ กับ SCGC และ Dow รวมทั้งการลงนามความร่วมมือเพื่อนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์สุดล้ำ พร้อมแนวทางที่ยั่งยืนสำหรับผู้บริโภค ระหว่างคาโอ กับ SCGP ทั้งสี่องค์กรมุ่งหวังให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมสำคัญในการเสริมสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนและอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป ผ่านการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อการรีไซเคิล การทิ้งบรรจุภัณฑ์อย่างถูกวิธี และการคัดแยกขยะอย่างเหมาะสม

#

เกี่ยวกับ คาโอ
บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2507 มีต้นกำเนิดมาจาก คาโอ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กว่า 62 ปีที่ คาโอ ประเทศไทย สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์กว่า 11 แบรนด์สินค้าชั้นนำ อาทิ แอทแทค มาจิคลีน ไฮเตอร์ ลอรีเอะ เมอร์รี่ส์ เมะกุริธึ่ม แฟซ่า ลิเซ่ บิโอเร คิวเรล และเจอร์เกนส์ อีกทั้งยังมีธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่เชื่อมโยงหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เกี่ยวกับ SCGP
SCGP เป็นผู้ให้บริการโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในภูมิภาค มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยโรงงานผลิต 68 แห่ง ใน 14 ประเทศ ครอบคลุมทั้งภูมิภาคอาเซียน และประเทศที่มีศักยภาพนอกเหนือจากในภูมิภาคอาเซียน ด้วยเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยและกระบวนการควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล ผสานความเข้าใจเชิงลึกในความต้องการของผู้บริโภคและความเชี่ยวชาญของทีมงาน เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานของลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.scgpackaging.com

เกี่ยวกับ SCGC
เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) ผู้นำธุรกิจพอลิเมอร์และโซลูชันครบวงจรเพื่อความยั่งยืน มีฐานการผลิตหลัก 3 ประเทศ ได้แก่ ในประเทศไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ครอบคลุมตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ขั้นต้น (โอเลฟินส์) ไปจนถึงขั้นปลาย ประกอบด้วย เม็ดพลาสติกหลัก 3 ประเภท คือ พอลิเอทิลีน (PE) พอลิโพรพิลีน (PP) และพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน ตามแนวทาง ESG โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้ได้สินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA : High Value Added Product & Service) รวมถึงผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวทาง Low Waste, Low Carbon อาทิ นวัตกรรมพอลิเมอร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Green Polymer ภายใต้แบรนด์ SCGC GREEN POLYMERTM ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ตอบรับเมกะเทรนด์ ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน บรรจุภัณฑ์ สินค้าอุปโภคบริโภค ยานยนต์ และโซลูชันด้านพลังงาน ควบคู่กับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน – ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.scgchemicals.com

เกี่ยวกับ ‘ดาว’
Dow (NYSE: DOW) เป็นหนึ่งในบริษัทวัสดุศาสตร์ชั้นนำของโลกที่ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง อาทิ บรรจุภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค ความเป็นบริษัทระดับโลกที่มีโรงงานขนาดใหญ่และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ พร้อมด้วยความเป็นผู้นำทางธุกิจและความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน ช่วยให้เราบรรลุการเติบโตอย่างมีผลกำไรและสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน ปัจจุบัน Dow มีฐานการผลิตใน 29 ประเทศและมีพนักงานประมาณ 34,600 คน โดยมียอดขายประมาณ 40,000 ล้านดอลลาห์สหรัฐในปี 2568

ทั้งนี้ การอ้างอิงถึง Dow หรือบริษัทฯ นั้นจะหมายความถึง Dow Inc. และบริษัทในเครือ โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเราและความมุ่งมั่นในการเป็นบริษัทวัสดุศาสตร์ชั้นนำของโลกในด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน ด้วยการทำงานที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และให้การยอมรับบุคคลากรที่มีความหลากหลายได้ที่ http://www.dow.com

เกี่ยวกับ ‘กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย’
กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow Thailand Group) เริ่มดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 และได้ร่วมกับบริษัท เอสซีจีซี ก่อตั้งกลุ่มบริษัทร่วมทุนเอสซีจีซี-ดาว ในปี พ.ศ. 2530 โดยในปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัทซึ่ง Dow เป็นเจ้าของเพียงผู้เดียว และกลุ่มบริษัทร่วมทุนเอสซีจีซี-ดาว นอกจากนี้ ยังมีบริษัทร่วมทุนระหว่าง Dow และ โซลเวย์ ปัจจุบันประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของ ดาว ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยมีโรงงานหลายแห่งตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง ตลาดหลักของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทยได้แก่ อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ การก่อสร้าง และยานยนต์ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ที่ https://www.dowfamilythailand.com/th/about_us.php หรือติดตามเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/DowThailandGroup/

Leave a Reply