สินค้าเกษตรพรีเมียมไทยมาแรงDIT Pavilion กวาดยอดขายใน THAIFEX กว่า 334 ล้านบาท ดึงผู้ซื้อทั่วโลก สนใจผลไม้ซูเปอร์จิ๋ว ช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เผยผลการจัดแสดงและเจรจาการค้าภายใต้ “DIT Pavilion: Discover Thai Premium Fruit & Finest Rice” ในงาน THAIFEX–ANUGA ASIA 2026 ระหว่างวันที่ 26–30 พฤษภาคม 2569 ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างยอดขายรวมกว่า 334.64 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 300 ล้านบาท สะท้อนความต้องการสินค้าเกษตรพรีเมียมของไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดโลก

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้นำผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าเกษตรคุณภาพภายใน DIT Pavilion เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจากทั่วโลกได้พบปะเจรจาการค้า สร้างเครือข่ายธุรกิจ และขยายช่องทางการตลาด โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน 5 วัน มียอดขายรวม 334,641,770 บาท สูงกว่าปีก่อนและสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

สำหรับยอดขายภายในงาน แบ่งเป็นกลุ่มผลไม้สดและผลไม้แปรรูป ปริมาณ 1,921 ตัน มูลค่า 221,820,000 บาท กลุ่มข้าวประณีต ปริมาณ 809 ตัน มูลค่า 109,372,910 บาท และกลุ่มสุราชุมชน จำนวน 5,490 ขวด มูลค่า 3,448,860 บาท โดยคาดว่าหลังจากนี้จะมีคำสั่งซื้อและการซื้อขายต่อเนื่องตามมาอีกเป็นจำนวนมาก

นายวิทยากร กล่าวว่า ผลตอบรับจากผู้ซื้อทั้งไทยและต่างชาติสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของสินค้าเกษตรไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตรพรีเมียมที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ซึ่งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้เป็นอย่างดี และหากเกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานการผลิตอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น

นอกจากนี้ ภายในงานยังเกิดโอกาสทางการค้าใหม่จากตลาดญี่ปุ่น หลังผู้นำเข้าญี่ปุ่นให้ความสนใจทุเรียนขนาดเล็กหรือทุเรียนซูเปอร์จิ๋วของไทย ซึ่งมีขนาดเหมาะสมกับการบริโภคในครัวเรือนขนาดเล็กและสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น โดยได้หารือกับกรมการค้าภายในเพื่อประสานผู้ประกอบการด้านบรรจุภัณฑ์และผู้ส่งออก พัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแกะเนื้อบรรจุแพ็กขนาดเล็ก เพื่ออำนวยความสะดวกในการบริโภคและเพิ่มมูลค่าสินค้า รองรับความต้องการของตลาดญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับความสะดวก คุณภาพ และมาตรฐานความปลอดภัยของอาหาร

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ผลการจัดงานครั้งนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการรองรับผลผลิตทางการเกษตรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปี 2569 โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ที่คาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 30% ช่วยสร้างโอกาสทางการตลาดและสนับสนุนให้ราคาผลไม้ไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันการประชาสัมพันธ์ร่วมกับ NipponBoyz คอนเทนต์ครีเอเตอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่เข้าร่วมกิจกรรมภายในงาน ยังช่วยสร้างการรับรู้และขยายฐานผู้บริโภคผลไม้ไทยในตลาดญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี

กรมการค้าภายในจะเดินหน้าส่งเสริมการตลาด เชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันสินค้าเกษตรไทยให้เข้าถึงตลาดคุณภาพ สร้างรายได้ให้เกษตรกร และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดโลกต่อไป.

Leave a Reply