
สมาคมประกันวินาศภัย ร่วมกับ คปภ. เตรียมปรับเพดานความคุ้มครองผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่เป็น 20 ล้านบาทต่อครั้ง จากเดิม 10 ล้านบาท ครอบคลุมรถยนต์ทุกประเภท มีผลบังคับใช้ทันทีกับทุกกรมธรรม์ ทั้งที่เหลืออยู่และทำกรมธรรม์ใหม่ ยืนยันไม่ปรับเพิ่มเบี้ย และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เลือกซื้อความคุ้มครองขั้นต่ำที่ 20 ล้านบาทต่อครั้ง ไม่จำกัดจำนวน มีผล 1 ม.ค. 69 หวังยกระดับความคุ้มครองแก่ผู้ประสบภัยจากรถที่ประสบภัยจากอุบัติเหตุครั้งใหญ่ และ/หรืออุบัติเหตุรายใหญ่ ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร มากกว่า 20 รายในอุบัติเหตุนั้น ๆ (แหล่งที่มา : ประชาชาติธุรกิจ)
มูลค่าความคุ้มครองของประกันรถยนต์ มีอะไรบ้าง?
ในยุคที่รถยนต์เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน ประกันรถยนต์ กลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าของรถทุกคนควรมี เพราะไม่เพียงช่วยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดคิด แต่คำถามที่หลายคนมักสงสัยคือ “มูลค่าความคุ้มครองของประกันรถยนต์มีอะไรบ้าง?” หรือ “ทุนประกันคืออะไร จ่ายตามจริงหรือไม่?” วันนี้เราจะพาคุณเข้าใจอย่างละเอียดว่ามูลค่าความคุ้มครองแต่ละส่วนหมายถึงอะไร ครอบคลุมแค่ไหน และแบบใดเหมาะกับคุณที่สุด
มูลค่าความคุ้มครองของประกันรถยนต์คืออะไร?
“มูลค่าความคุ้มครอง” หรือที่เรียกกันว่าทุนประกันภัย (Sum Insured) คือวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันจะชดใช้ให้กับผู้เอาประกันในกรณีที่เกิดความเสียหายต่อรถยนต์ หรือบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขในกรมธรรม์
มูลค่าความคุ้มครองจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท และขึ้นอยู่กับ ประเภทของ ประกันรถยนต์ ด้วย เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, หรือ 3 โดยทั่วไป ประกันชั้น 1 จะให้ความคุ้มครองครอบคลุมที่สุด
- ความคุ้มครองต่อรถของผู้เอาประกัน
1.1 ความเสียหายต่อรถยนต์ (Own Damage)
เป็นความคุ้มครองพื้นฐานที่ครอบคลุมความเสียหายของรถยนต์จากอุบัติเหตุทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะชนรถอื่น ชนสิ่งของ รถพลิกคว่ำ หรือชนแล้วคู่กรณีหนี โดยบริษัทประกันจะจ่ายค่าซ่อมตามจริงแต่ไม่เกินทุนประกันภัยที่ระบุในกรมธรรม์
ตัวอย่างเช่น
- รถมีทุนประกัน 700,000 บาท
- เกิดอุบัติเหตุและค่าซ่อมอยู่ที่ 350,000 บาท บริษัทจ่ายเต็มตามค่าซ่อม
- หากเสียหายทั้งหมด บริษัทจ่ายสูงสุดไม่เกิน 700,000 บาท
หมายเหตุ: ทุนประกันมักประเมินจากราคาตลาดของรถในปีนั้น ๆ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 70–100% ของราคากลางรถยนต์
1.2 รถหาย / ไฟไหม้
อีกหนึ่งความคุ้มครองหลักที่เจ้าของรถไม่ควรมองข้าม เพราะกรณีรถถูกขโมย หรือไฟไหม้ทั้งคัน บริษัทประกันจะชดใช้ตามมูลค่าทุนประกันที่กำหนดไว้ เช่น - รถมูลค่าตลาด 800,000 บาท บริษัทกำหนดทุน 700,000 บาท
- หากรถหายทั้งคัน จ่ายสูงสุด 700,000 บาท
- ความคุ้มครองนี้มีอยู่ในประกันชั้น 1, 2+, และบางแผนของชั้น 2
1.3 ภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ลูกเห็บ ดินถล่ม
ปัจจุบันหลายบริษัทเพิ่มความคุ้มครองภัยธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนประกัน โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดภัยพิบัติบ่อย เช่น น้ำท่วมหนัก หรือฝนตกต่อเนื่อง
บางบริษัทอาจระบุว่าคุ้มครองภัยธรรมชาติ 100% ของทุนประกัน แต่บางแห่งอาจจำกัดวงเงิน เช่น 50% ของทุนประกัน ดังนั้นควรตรวจสอบเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนทำประกัน
- ความคุ้มครองต่อบุคคลภายนอก
2.1 ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยบุคคลภายนอก
หากผู้ขับเป็นฝ่ายผิดจากอุบัติเหตุ บริษัทประกันจะชดใช้ค่าเสียหายแก่คู่กรณี เช่น บาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยมูลค่าความคุ้มครองส่วนนี้มักอยู่ที่
- สูงสุดต่อคน 500,000 – 1,000,000 บาท
- สูงสุดต่อครั้ง 10,000,000 บาท (แล้วแต่บริษัท)
ความคุ้มครองนี้ช่วยป้องกันภาระค่าใช้จ่ายมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นหากคู่กรณีได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
2.2 ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก
คุ้มครองค่าเสียหายของทรัพย์สินที่ผู้ขับขี่ทำให้บุคคลอื่นเสียหาย เช่น รถอีกคัน รั้วบ้าน เสาไฟ หรือป้ายถนน โดยวงเงินคุ้มครองมักอยู่ระหว่าง 1,000,000 – 2,500,000 บาทต่อครั้ง
กรณีค่าเสียหายเกินวงเงินคุ้มครอง บริษัทจะจ่ายเท่าที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ส่วนส่วนเกินต้องรับผิดชอบเอง
- ความคุ้มครองต่อผู้ขับขี่และผู้โดยสาร
3.1 ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
ครอบคลุมการบาดเจ็บ สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิตของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ คุ้มครองตามวงเงินที่กำหนด เช่น
- เสียชีวิต / สูญเสียอวัยวะ : 100,000 – 500,000 บาทต่อคน
- ทุพพลภาพถาวร : จ่ายตามอัตราส่วนของความเสียหาย
3.2 ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ประกันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตามวงเงินที่กำหนด เช่น - ค่ารักษาพยาบาล 50,000 – 100,000 บาทต่อคน
- จ่ายตามใบเสร็จจริงจากโรงพยาบาล
3.3 ประกันตัวผู้ขับขี่
ในกรณีที่อุบัติเหตุรุนแรงและต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย บริษัทจะช่วยค้ำประกันตัวผู้ขับขี่ โดยวงเงินคุ้มครองเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 – 200,000 บาทต่อครั้ง
เลือกประกันรถยนต์ต้องเลือกให้คุ้มที่สุด
มูลค่าความคุ้มครองของ ประกันรถยนต์ ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ทุนประกันของรถเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ความคุ้มครองชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุด้วย การเข้าใจรายละเอียดแต่ละส่วนจะช่วยให้เลือกกรมธรรม์ได้ตรงความต้องการ และไม่พลาดสิทธิประโยชน์สำคัญในยามเกิดเหตุ
ดังนั้นก่อนซื้อ ประกันรถยนต์ ทุกครั้ง ควรตรวจสอบมูลค่าความคุ้มครองในแต่ละหมวดให้ละเอียด อ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ครบ และเลือกแบบที่คุ้มค่ากับพฤติกรรมการใช้รถของคุณมากที่สุด เพื่อให้ประกันที่คุณจ่ายในแต่ละปี “คุ้มจริง” ทั้งในแง่ความคุ้มครองและความอุ่นใจบนท้องถนน ซึ่งที่ ประกันติดโล่ เรามีประกันให้เลือกหลากหลายจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ชั้นนำ สามารถเปรียบเทียบราคาประกันรถและความคุ้มครองที่ต้องการได้ที่เว็บไซต์ https://www.prakantidloh.com/

