การเคหะแห่งชาติร่วมกับ CP ALL และ PAT พัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติให้เรียนรู้ทักษะอาชีพจากการปฏิบัติจริง ต่อยอดการทำงานได้จริง สู่อนาคตที่มั่นคง

นายวราวุธ ศิลปอาชา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์


นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ระหว่างการเคหะแห่งชาติ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ โดยมี นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงาน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายวิเชียร เนียมน้อม ผู้แทนผู้รับใบอนุญาต/ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว พร้อมด้วย นายดุลมลชัย วิวัฒน์บวรวงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ นายโตมร จันทรา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธีลงนามฯ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2566 ณ ห้องประชุมชั้น 3 อาคาร 5 สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีภารกิจด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลาง รวมถึงกลุ่มครัวเรือนเปราะบางให้มีที่อยู่อาศัย
ที่ได้มาตรฐานในราคาที่เหมาะสมและสามารถรับภาระได้ ควบคู่กับการส่งเสริมความเข้มแข็งของชุมชน

นายปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล
รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)


ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตามวิสัยทัศน์ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี” นอกจากนี้ยังได้ดำเนินโครงการชุมชนอัจฉริยะและน่าอยู่อย่างยั่งยืน (Smart and Sustainable Community for Better Well-being : SSC) ภายใต้โมเดลเศรษฐกิจ BCG ซึ่งสอดคล้องกับ 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)

โดยได้ดำเนินโครงการ SSC ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 การมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบ มิติที่ 2 ความมั่นคงของระบบนิเวศ มิติที่ 3 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และมิติที่ 4 สุขภาวะทางสังคม ซึ่งการลงนามฯ ในครั้งนี้ จะสอดคล้องกับมิติที่ 3 ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งมุ่งเน้นการให้ความรู้และสนับสนุนการสร้างทักษะเพื่อสร้างอาชีพให้กับเยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้ทุพพลภาพมีรายได้ที่มั่นคง สามารถจุนเจือตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความร่วมมือการศึกษาเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติ ระหว่าง 3 หน่วยงานนั้น การเคหะแห่งชาติจะพิจารณาเด็ก
และเยาวชนที่มีคุณสมบัติตามกำหนดเข้ารับทุนการศึกษาในระดับ ปวช. ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ ในสาขาวิชาธุรกิจค้าปลีก และสาขางานธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่ง CP ALL ให้ทุนการศึกษาแก่เยาวชนที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งให้ค่าเบี้ยเลี้ยง และสวัสดิการอื่น ๆ ในระหว่างที่เยาวชนฝึกปฏิบัติงาน ในพื้นที่ที่บริษัทฯ จัดหาให้ ส่วนวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์จะสนับสนุนการเรียนการสอนให้กับเยาวชนในระบบการศึกษาทวิภาคี โดยเรียนทั้งภาคทฤษฎีสลับกับภาคปฏิบัติ หรือทำงานจริงที่ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น จนสำเร็จการศึกษา ทั้งนี้ในการฝึกภาคปฏิบัติ เยาวชนจะได้เรียนรู้งานพื้นฐานของร้านค้าปลีก เริ่มตั้งแต่การทำความสะอาดพื้นที่ขายและตัวสินค้า การจัดเรียงสินค้า การเป็นพนักงานขาย พนักงานแคชเชียร์ การทำบัญชีการเงิน การสั่งสินค้า การส่งเสริมการขาย เป็นต้น และเมื่อเรียนจบแล้ว CP ALL จะรับเยาวชน ที่มีคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาตรงตามที่บริษัทฯ กำหนดเข้าทำงานอีกด้วย

“ต้องขอขอบคุณ CP ALL และวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ที่ตระหนักถึงความสำคัญในการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กและเยาวชนในชุมชนของการเคหะแห่งชาติได้มีโอกาสเรียนรู้และทักษะอาชีพจากการปฏิบัติงานจริง ซึ่งจะส่งผลให้เด็กและเยาวชนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวมากขึ้น รวมถึงได้เห็นคุณค่าของเงินที่ได้จากการทำงานด้วยตนเอง รู้จักประหยัดเงิน และมีวินัยทางการเงินมากขึ้น
อีกทั้งยังสามารถนำแนวคิดการทำธุรกิจค้าปลีกมาต่อยอดการเรียนรู้สู่การเป็นผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ตามนโยบายของ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม

และความมั่นคงของมนุษย์ได้อีกด้วย”