
ในภาพ (ที่ 2 จากด้านซ้าย): นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
กรุงเทพฯ, 2 กรกฎาคม 2569 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับ 7 พันธมิตรกลุ่มรีเทลและดิวตี้ฟรีชั้นนำ เพื่อเชื่อมโยงฐานผู้ถือบัตรเครดิตและเดบิตยูโอบีกว่า 8.5 ล้านรายในภูมิภาคอาเซียนเข้ากับภาคการท่องเที่ยวของไทย เปิดตัวแคมเปญ UOB Tourist Campaign 2026 คาดว่าจะช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท1 ภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งสอดรับกับศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยสถิติต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมากกว่า 32.97 ล้านคน ในกระแสปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา2
ความร่วมมือในครั้งนี้อาศัยจุดแข็งของธนาคารยูโอบี ในฐานะผู้นำเครือข่ายบัตรเครดิตในภูมิภาค3 เพื่อเชื่อมโยงกลุ่มนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม เข้าสู่ศูนย์การค้าชั้นนำของไทย ได้แก่
กลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา (ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัล ภูเก็ต เซ็นทรัล พัทยา และอื่นๆ), ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ เอ็ม ดิสทริค, กลุ่มสยามพิวรรธน์ (ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม), วัน แบงค็อก, เกษรวิลเลจ และ คิง เพาเวอร์
นางวีระอนงค์ จิระนคร ภู่ตระกูล กรรมการผู้จัดการ Deputy CEO และ Wholesale Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในฐานะธนาคารที่มีเครือข่ายผู้ถือบัตรเครดิตขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน แคมเปญนี้ไม่ได้เป็นเพียงการมอบสิทธิประโยชน์ด้านส่วนลดเท่านั้น หากแต่เป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยอาศัยเครือข่ายระดับภูมิภาคในการถ่ายทอดกำลังซื้อจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทย ช่วยสนับสนุนภาคค้าปลีก กระตุ้นการจ้างงาน และเสริมความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการพยุงการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของไทยในช่วงเวลานี้”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมให้มุมมองว่า “ความมุ่งมั่นของภาคเอกชนอย่างธนาคารยูโอบี ในการทำตลาดเชิงรุกกับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงจากเครือข่ายลูกค้าในภูมิภาคอาเซียน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของ ททท. ที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนรายได้ต่อหัวจากการท่องเที่ยว การมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางถึงไทยจะช่วยสร้างภาพลักษณ์และความทรงจำที่ดีต่อประเทศในระยะยาว”
ประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจไทย
- กระตุ้นเม็ดเงินไหลเข้า: ตั้งเป้าเพิ่มยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่างชาติในกลุ่มรีเทลขึ้นร้อยละ 15-20 โดยวิเคราะห์จากฐานข้อมูลพฤติกรรมการใช้จ่ายจริงของลูกค้าในภูมิภาค
- การส่งเสริมภูมิปัญญาไทยสู่สากล: มอบของสมนาคุณจากงานคราฟต์ชุมชนสะท้อนซอฟต์พาวเวอร์ไทย เช่น กางเกงมวยไทยลายพิเศษ ชุดเซ็ตเครื่องหอม หรือสินค้า เพื่อสร้างรายได้และขยายโอกาสทางการตลาดให้แก่กลุ่ม SME ไทย
- การยกระดับมาตรฐานการบริการ: มอบเอกสิทธิ VIP Lounge และบริการผู้ช่วยช้อปปิ้งส่วนตัว
จากห้างสรรพสินค้าพันธมิตร ตลอดจนสิทธิประโยชน์ภายใต้แคมเปญ UOB Tourist Campaign 2026 อาทิ บัตรกำนัลเงินสด มูลค่าสูงสุด 1,000 บาท และส่วนลดพิเศษจากร้านค้าแบรนด์เนมชั้นนำที่ร่วมรายการ
ผู้ถือบัตรเครดิต และเดบิตยูโอบีจากประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม สามารถแสดงบัตรเครดิตยูโอบี และพาสปอร์ตเพื่อรับสิทธิ์ได้ ณ จุดประชาสัมพันธ์หรือเคาน์เตอร์บริการลูกค้าของห้างสรรพสินค้าที่ร่วมรายการ ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569 ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://thetravelinsider.co/sg/en/deals#shop
1.ตัวเลขคาดการณ์เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ คำนวณจากสัดส่วนร้อยละ 7 ของมูลค่าตลาดช้อปปิ้งรวมของนักท่องเที่ยวเป้าหมาย โดยอ้างอิงสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวรายสัญชาติและค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบุคคล จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
2. ข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
3. ข้อมูลล่าสุด เดือนธันวาคม 2568 จาก Mastercard และ Visa
บัตรเครดิต: ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี
# # # # #
เกี่ยวกับธนาคารยูโอบี
ธนาคารยูโอบี เป็นธนาคารชั้นนำของเอเชียที่มีเครือข่ายระดับโลกครอบคลุมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกาเหนือ โดยดำเนินงานผ่านสำนักงานใหญ่ในสิงคโปร์ และมีบริษัทย่อยของธนาคารในจีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม พร้อมเครือข่ายสาขาและสำนักงานทั่วโลกประมาณ 430 แห่ง ครอบคลุม 19 ประเทศ
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2478 ยูโอบีเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านกลยุทธ์การควบรวมกิจการและการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันชั้นนำระดับโลก ได้แก่ Aa1 จากมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส และ AA- จาก S&P Global Ratings และ ฟิทช์ เรทติ้งส์
ยูโอบีให้ความสำคัญกับการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมส่งมอบบริการทางการเงินที่เข้าใจความต้องการเฉพาะบุคคล โดยผสานข้อมูลเชิงลึก นวัตกรรม และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมผ่านโครงการด้านศิลปะ เยาวชน และการศึกษา เพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกันในภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก
ตลอดระยะเวลากว่า 90 ปี ยูโอบีให้ความสำคัญกับการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมส่งมอบบริการทางการเงินที่สร้างคุณค่าในระยะยาว ผ่านจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นและการทำสิ่งที่ถูกต้องต่อลูกค้า นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน ให้แก่ธุรกิจและผู้คนในภูมิภาคอาเซียนและทั่วโลก
ธนาคารเชื่อมโยงธุรกิจเข้ากับโอกาสในภูมิภาค ผ่านเครือข่ายระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่งและครอบคลุม พร้อมใช้ประโยชน์จากข้อมูลและอินไซต์เพื่อพัฒนานวัตกรรม และสร้างประสบการณ์และโซลูชันทางการเงินเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ความต้องการและความชอบที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าแต่ละราย ยูโอบียังมุ่งมั่นในการสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน โดยส่งเสริมความครอบคลุมทางสังคม สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ธนาคารเชื่อมั่นในการเป็นผู้ให้บริการทางการเงินอย่างมีความรับผิดชอบ และยืนหยัดในการสนับสนุนการศึกษา เด็ก และศิลปะ พร้อมทั้งดำเนินงานอย่างถูกต้องต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด
เกี่ยวกับธนาคารยูโอบี ประเทศไทย
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เป็นธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ให้บริการผ่านเครือข่าย 140 สาขาทั่วประเทศ และเครื่องเบิกเงินสดอัตโนมัติกว่า 342 เครื่อง รวมถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายเครื่องเบิกเงินสดของธนาคารยูโอบีมากกว่า 56,800 เครื่องทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568)
ธนาคารได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากสถาบันจัดอันดับชั้นนำ ได้แก่ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส (อันดับความน่าเชื่อถือเงินฝากระยะยาวที่ A3) และฟิทช์ เรทติ้งส์ (อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวที่ A- และอันดับความน่าเชื่อถือภายในประเทศระยะยาวที่ AAA(tha))

