วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ประกาศแผนธุรกิจปี 2568 ลงทุนกว่า 500 ล้าน พร้อมตั้งเป้าสร้างชื่อ “SIAM Songkran Music Festival 2025” สู่เทศกาลดนตรีระดับโลก

กรุงเทพฯ – 25 กุมภาพันธ์ 2568: บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด ผู้นำด้านการจัดงานเทศกาลดนตรีระดับนานาชาติในประเทศไทย ประกาศแผนธุรกิจปี 2568 ด้วยการลงทุนกว่า 500 ล้านบาทเพื่อขยายธุรกิจและยกระดับงานเทศกาลดนตรีสู่มาตรฐานสากล ภายใต้การนำของ รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร ผู้ซึ่งนำแนวคิดใหม่และวิสัยทัศน์ระดับสากลมาผลักดันความสำเร็จระดับประเทศ บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับผู้ชมทั้งในและต่างประเทศ ชูผลักดันประเทศไทย MUSIC FESTIVAL HUB ระดับโลก หนุนเศรษฐกิจประเทศผลักดัน Soft Power ของไทยผ่านอุตสาหกรรมบันเทิงและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง

แผนธุรกิจปี 2568: สู่ความเป็นผู้นำในเวทีดนตรีระดับโลก

วัน เอเชีย เวนเจอร์ส มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านเทศกาลดนตรีระดับโลกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ในปี 2568 บริษัทมีแผนลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ในการขยายการจัดงานเทศกาลดนตรีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพิ่มความร่วมมือกับศิลปินและดีเจระดับโลก และนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาประยุกต์ใช้ในการจัดงาน เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมดนตรีไทยสู่มาตรฐานสากล

แผนจัดงานมิวสิกอีเวนต์ปีนี้

รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานบริหาร

นายรชต ธันยาวุฒิ กล่าวว่า “ในปี 2568 บริษัทเตรียมจัดงานเทศกาลดนตรีชั้นนำทั้งหมด 4 รายการ ในพื้นที่จังหวัดกรุงเทพมหานคร  เน้นดนตรี EDM และการนำเสนอไลฟ์สไตล์ที่สดใหม่ ความโดดเด่นของงานที่จัดขึ้นในปีนี้อยู่ที่การผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับดนตรีสากล  สร้างประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครให้กับผู้เข้าร่วม โดยนำเทคโนโลยีล้ำสมัยและแนวคิดการจัดงานที่ทันสมัยมาผสมผสานกับความคิดสร้างสรรค์ของทีมงาน รายชื่อศิลปินและดีเจชั้นนำระดับโลกที่มีส่วนร่วม ได้แก่ Hardwell, Martin Garrix, Steve Aoki, Jeremy Zucker, Fiji Blue และ Phum Viphurit งานเหล่านี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 4 งาน ที่จะจัดยอดรวมประมาณการมากกว่า 150,000 คน  เป็นชาวไทย 50% และชาวต่างชาติ 50% ส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน มาเลเซีย เกาหลี และญี่ปุ่น”

การลงทุนและความคาดหวังใน SIAM Songkran Music Festival 2025

บริษัทเตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในงาน “SIAM Songkran Music Festival 2025” ด้วยงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท โดยคาดหวังว่าจะมีผู้เข้าร่วมงาน 100,000 คน เพิ่มขึ้นจาก 70,000 คนในปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนผู้เข้าร่วมงานจากต่างประเทศประมาณ 50% งานเทศกาลนี้จะผสานวัฒนธรรมไทยกับดนตรีสากลอย่างลงตัว สงกรานต์ครั้งนี้จะไม่ใช่การเล่นน้ำแบบเดิม ด้วยโปรดักชันระดับโลกและการใช้เทคโนโลยี Inflatable stage with LED screen integration ที่ทันสมัย เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการดนตรีและลดการใช้วัสดุ ที่ย่อยสลายได้ เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวของประเทศ บริษัทคาดการณ์รายได้รวมในปี 2568 จะเติบโตกว่า 25-30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้าหมายรายได้มากกว่า 600 ล้านบาท (รายได้รวมปี 68)

มุ่งสู่การเป็น MUSIC FESTIVAL HUB ระดับโลก

“ด้วยแผนธุรกิจและการลงทุนที่แข็งแกร่ง บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ยังคงมุ่งมั่นผลักดันวงการเอนเตอร์เทนเมนต์ ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป้าหมายคือการทำให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น MUSIC FESTIVAL HUB ระดับโลก ดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักดนตรีจากทุกมุมโลก” นายรชต กล่าวสรุป

ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เดินทางสะดวกจากหลายประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และกลุ่มประเทศอาเซียน โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม สนามบินนานาชาติและระบบขนส่งมวลชนที่ครอบคลุม  เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมระดับโลก มีภาพลักษณ์ที่ดีในด้านวัฒนธรรม อาหาร และการบริการ มีชื่อเสียงด้านเทศกาลประเพณี เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติจากทั่วโลกได้มาก การเติบโตของอุตสาหกรรมบันเทิงและดนตรีอย่างรวดเร็ว มีศักยภาพในการดึงดูดศิลปินระดับโลกและกลุ่มแฟนคลับจากประเทศเพื่อนบ้าน และรัฐบาลไทยสนับสนุนการจัดงานอีเวนต์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลไกลสำคัญในการเสริมศักยภาพไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก

########

เกี่ยวกับ บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด

วัน เอเชีย เวนเจอร์ส ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 บริษัทเริ่มต้นจากการเป็นเอเจนซี่จัดหาศิลปินต่างประเทศ ก่อนขยายเข้าสู่ธุรกิจจัดงานเทศกาลดนตรีในปี 2019 ด้วยประสบการณ์ด้านมิวสิคอีเวนต์ระดับนานาชาติมากกว่า 9 ปี ผ่านความสำเร็จของงานกว่า 170 งาน ร่วมงานกับศิลปินและดีเจชั้นนำระดับโลกมากกว่า 300 ราย และดึงดูดผู้เข้าร่วมงานรวมกว่า 1,050,000 คน บริษัทยังคงมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และผลักดันประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก