ไทยวิวัฒน์’ ขับเคลื่อนองค์กร ESG ด้วยนวัตกรรม มุ่งนำธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคมและธรรมาภิบาล พร้อมผลักดันสังคมสู่ความยั่งยืน

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กร ESG (Environmental, Social and Governance ) มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล วางยุทธศาสตร์ด้วยการพัฒนานวัตกรรมด้านการประกันภัยสู่สังคม พร้อมผลักดันให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืน

นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) หรือ TVI เปิดเผยว่า จากบริบทการดำเนินธุรกิจทั่วโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงมุ่งสู่วิถีแห่งความยั่งยืน หรือแม้แต่ภาคธุรกิจภายในประเทศไทยเอง ก็สะท้อนผ่านพฤติกรรม การใช้ชีวิตของผู้บริโภคในปัจจุบันที่นำเรื่องของความยั่งยืนเพื่อประกอบการตัดสินใจ และการลงทุน รวมถึงหน่วยงานกำกับดูแลทุกภาคส่วนได้มีการออกมาตรการด้าน ESG เพื่อให้ภาคธุรกิจได้มีการปฏิบัติกันมาอย่างต่อเนื่อง

ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ในฐานะบริษัทประกันวินาศภัย ถือเป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีการขับเคลื่อนและดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมาโดยตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม , สังคม และธรรมาภิบาล ภายใต้วิสัยทัศน์ “คิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” จนได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน Universe กลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 จากหน่วยงานอีเอสจี เรตติ้ง (ESG Rating) ของสถาบันไทยพัฒน์ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูล ด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ประจำปี 2565 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจในการสร้างจุดยืนด้านการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบแทนสังคมในทุกภาคส่วน

โดยบริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ภายในองค์กร เพื่อลดการใช้ทรัพยากร รวมถึงปัญหาขยะอันจะช่วยลดภาวะโลกร้อน อาทิ
การเปลี่ยนระบบปรับอากาศภายในอาคาร เป็นระบบแอร์ VRV (Variable Refrigerant Volume ) ระบบแอร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนปริมาณน้ำยาที่เข้าชุดคอยล์เย็นได้อย่างแม่นยำ ตามสภาวะโหลดความร้อนของห้องจริง ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานได้ในระยะยาวและมีประสิทธิภาพ เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ในคอยล์ร้อนเป็นระบบ inverter รวมถึงมีระบบการทำงานของ ITM หรือ Intelligent Touch Manager ที่สามารถควบคุม ตั้งเวลาการเปิด-ปิด ตัวเครื่องปรับอากาศตามการใช้งานได้ จึงช่วยประหยัดพลังงานมากยิ่งขึ้น (ระบบปรับอากาศเดิม) (ระบบปรับอากาศ VRV)

พัฒนาระบบการซื้อขายผ่านอิเล็กทรอนิกส์ โดยสร้างช่องทางการซื้อขายผ่านออนไลน์ เพื่อลดการใช้กระดาษภายในองค์กร รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการเลือกรับกรมธรรม์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ อาทิ อีเมล แอปพลิเคชัน แทนการเลือกใช้กรมธรรม์ที่เป็นกระดาษ เพื่อลดการใช้กระดาษและส่งเสริมการอนุรักษ์ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม

เปลี่ยนจากใช้ขวดน้ำพลาสติก มาใช้เป็นกระป๋องอลูมิเนียม รวมถึงการคัดแยกขยะภายในองค์กร อันจะช่วยลดปัญหาภาวะโลกร้อนได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ นายจีรพันธ์ ยังกล่าวต่อว่า การพัฒนานวัตกรรมสู่ความยั่งยืน ยังเป็นอีกเป้าหมายที่สำคัญ เพราะการพัฒนานวัตกรรม คือการเปลี่ยนแปลงในสินค้า บริการ รวมถึงกระบวนการดำเนินธุรกิจ ให้สามารถสร้างผลกระทบที่ดีในระยะยาวต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ ในขณะเดียวกันยังคงสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจให้กับบริษัทฯได้เช่นกัน จึงได้มีการพัฒนานวัตกรรมด้านประกันภัยอย่างต่อเนื่อง โดยการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ เพิ่มความสะดวกและตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในสังคม ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมา อาทิ

ประกันรถเปิดปิด ประกันรถยนต์รูปแบบใหม่ ที่นำเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) มาสร้างประสบการณ์การใช้ประกันภัยรถยนต์อย่างอัฉริยะผ่านอุปกรณ์ TVI Connect อุปกรณ์เปิดปิดประกันอัตโนมัติ เมื่อสตาร์ทรถหรือดับเครื่องยนต์ประกันก็จะเปิดปิดให้อัตโนมัติ ไม่ขับไม่ต้องจ่ายค่าประกัน
ประกันสุขภาพแอคทีฟเฮลท์ ประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ ที่ส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้ใช้บริการ ยิ่งออกกำลังกาย เบี้ยยิ่งลด ที่นำ smart watch (wearable technology) มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการนำก้าวเดิน และอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) มาเป็นเกณฑ์วัดผลการออกกำลังกาย เพื่อเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันให้กับผู้ใช้บริการ
ประกันเดินทางต่างประเทศ พลัส เปิด-ปิด ที่ให้อิสระกับผู้ใช้บริการ สามารถจัดการทริปการเดินทางได้ด้วยตัวเอง โดยให้จ่ายเบี้ยตามจริง เดินทางเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น วันเหลือก็สามารถเก็บไว้ใช้ทริปต่อไปได้ รวมถึงสามารถ Top-up วันเดินทางได้ง่ายๆ แม้อยู่ต่างประเทศ ผ่านแอปพลิเคชัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมุ่งดำเนินธุรกิจในทุกมิติ ซึ่งรวมถึงมิติความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะด้านการศึกษาของเด็กและเยาวชน เพราะตระหนักและเชื่อมั่นว่า เป็นรากฐานและแนวทางขับเคลื่อนการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว โดยได้ผนึกความร่วมมือกับ โครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ สนับสนุนโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School Project) โครงการภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้ร่วมมือกับภาคเอกชน ผ่านหอการค้าไทย และสภาหอการค้าไทย เพื่อร่วมผลักดันแนวนโยบายและแผนบริหารจัดการโรงเรียน

ทั้งนี้ยังมอบทุนการศึกษา รวมทั้งวางระบบติดตั้งดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับศักยภาพการเรียนการสอน สู่ Smart e-Learning Innovation เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพ รังสรรค์นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษา ควบคู่ไปกับการผลักดันสถานศึกษาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาของสังคมไทยให้น้อยลง

รวมถึงได้จัดโครงการประกวดนวัตกรรมประกันภัยสร้างสรรค์ Thaivivat Innovation Awards ร่วมกับองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรม ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการสร้างการรับรู้และพัฒนานวัตกรรมด้านการประกันภัยให้กับคนไทย รวมถึงสนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีการเรียนรู้ด้านนวัตกรรมเพื่ออนาคตและสามารถนำไปต่อยอดช่วยจัดการความเสี่ยงในสังคมได้จริง ซึ่งมีการกำหนดกรอบแนวคิดนวัตกรรมประกันภัย ใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้าน IoT (Internet of Things) , ด้าน AI (Artificial intelligence) , ด้าน Big Data และด้าน Lifestyle เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาทักษะด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับเยาวชน นักศึกษาผ่านโครงการฯ นำไปสู่การพัฒนาบุคคลากรอันเป็นกำลังสำคัญในการคิด ต่อยอด และสร้างสรรค์โครงการเพื่อจัดการความเสี่ยงให้กับคนไทยด้วยนวัตกรรมการประกันภัยได้อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

และบริษัทฯ ยังคงมุ่งดำเนินธุรกิจด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ต่อไป โดยมีการติดตามผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และปลูกฝังบุคลากรให้มีจรรยาบรรณทางธุรกิจ ภายใต้การตระหนักถึงการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อลูกค้า และพร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงจังหวะการใช้ชีวิต ด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านการประกันภัย ที่ผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่เพิ่มความสะดวกในการใช้บริการ นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมด้านการประกันภัยอย่างเต็มรูปแบบ และตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างลงตัว