ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เรียกร้องขยายเวลาปิดสถานที่ท่องเที่ยวและบริการ ปลดล็อคเวลาจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เวลา 11.30 น. เครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ โดยมี นางสาวเขมิกา รัตนกุล นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย (TABBA) เป็นตัวแทนเข้ายื่นหนังสือข้อเสนอเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน และขับเคลื่อนวิถีใหม่ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน ต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมี ดร.มงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง ณ ทำเนียบรัฐบาล

นางสาวเขมิกา เปิดเผยว่า ในครั้งนี้เครือข่ายกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ร้านค้า ร้านอาหาร สถานบริการ ผับ บาร์ คาราโอเกะ ประกอบด้วย สมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย สมาคมบาร์เทนเดอร์ไทย สมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหาร สมาคมการค้าธุรกิจร้านอาหารกลางคืน สมาคมผู้ประกอบการร้านอาหาร นายกสมาคมโรงแรมไทย สมาคมอุตสาหกรรมบันเทิงและการท่องเที่ยวเมืองพัทยา สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร ชมรมสถานบันเทิงหาดป่าตอง และไร่องุ่นมอนซูนแวลลีย์ และมอนซูนแวลลีย์ ไวน์บาร์ รวม 11 ราย และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ร้านอาหาร ผับ บาร์ คาราโอเกะ จำนวน 248 ราย ได้ร่วมกันยื่นหนังสือต่อพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา โดยระบุว่า ภาพรวมในการยื่นข้อเสนอครั้งนี้เกิดขึ้นจากการได้มีโอกาสร่วมหารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ประเด็นการฟื้นฟูการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวของไทยมีทั้งกลางวันและกลางคืน และการท่องเที่ยวกลางคืนต้องนับว่าเป็น Soft Power ติด Top 10 ของโลก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการเผชิญอยู่คือกฎระเบียบข้อบังคับต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลางคืน ทั้งที่เกี่ยวกับการจำกัดเวลาในการจำหน่าย สถานที่จำหน่าย รวมไปถึงความไม่ชัดเจนของกฎหมายโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นางสาวเขมิกา กล่าวด้วยว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้หวังจะได้เห็นรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนของธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการ อีกทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ครบทุกมิติทั้งกลางวันและกลางคืน สนับสนุนการจัด Night Entertainment Zoning เน้นพื้นที่ซึ่งนักท่องเที่ยวรู้จักกันทั่วโลกอยู่แล้ว อาทิ หาดป่าตอง ภูเก็ต เขาหลัก พังงา หาดเฉวง เกาะสมุย ถนนข้าวสาร หรือซอยคาวบอยพัฒน์พงษ์ ฯลฯ โดยสิ่งสำคัญที่สุดของ Night Entertainment Zoning คือมาตรการในการควบคุม เพราะเป็นที่รู้กันว่ากฎหมายบังคับใช้ไม่ได้จริงในบางพื้นที่และมีการเปิดถึงเช้า การยื่นข้อเสนอครั้งนี้จะขอสนับสนุนให้เปิดบริการถึงตี 4 เท่านั้น ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วย และยินดีปฏิบัตตามหากมีการประกาศมาตรการออกมาชัดเจน รวมถึงต้องมีการควบคุมด้านความปลอดภัย จำนวนผู้ใช้บริการ การจำกัดอายุผู้ใช้ต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป อีกทั้งต้องส่งเสริมให้มีจุดเชื่อมต่อกับขนส่งสาธารณะ เน้นการใช้บริการขนส่งสาธารณะ ไม่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งเพื่อส่งเสริมรายได้ และป้องกันอุบัติเหตุการจราจรจากการเมาแล้วขับ ทั้งนี้อยากให้ทุกฝ่ายมองภาพอย่างเป็นจริงและเป็นธรรม ให้เกิดความสมดุลทั้งด้านสาธารณสุขกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

“เราลำบากกันมาหลายปีแล้ว นาทีนี้ต้องร่วมด้วยช่วยกันผลักดันมาตรการให้มีการปลดล็อค อนุญาตให้ร้านอาหารและเครื่องดื่ม สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ นอกพื้นที่โซนนิ่งสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงตีสอง จากที่ปัจจุบันเปิดให้บริการได้ถึงแค่เที่ยงคืน เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคในปัจจุบัน ส่วนในพื้นที่พิเศษก็ขอให้ได้ขายถึงตีสี่ พร้อมกันนั้นก็อยากให้พิจารณายกเลิกการกำหนดเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างบ่ายสองถึงห้าโมงเย็น เพราะการควบคุมเวลาไม่ได้ตอบโจทย์การป้องกันปัญหาสังคมและอุบัติเหตุ ส่วนผู้ประกอบการเองก็ต้องทำให้ถูกกฎหมาย และฝากถึงรัฐบาลเรื่องการปราบปรามผู้ประกอบการที่ดำเนินการเปิดโดยผิดกฎหมายอย่างเช่น
ร้านที่ไม่มีใบอนุญาต ร้านที่เป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด หรือร้านที่เป็นช่องทางการฟอกเงินจากนักลงทุนภายนอก ซึ่งทำลายชื่อเสียงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลางคืนของไทย ไม่ควรใช้มาตรการแบบเหมาเข่ง” นายกสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยกล่าว

ขณะที่ นายวีกฤษ อุ่นอนุโลม รองนายกสมาคมธุรกิจการค้าร้านอาหารกลางคืน กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมากว่า 2 ปี ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างมาก หลายกิจการต้องปิดตัว เกิดหนี้สิน ดังนั้นเมื่อเริ่มเปิดประเทศแล้ว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาแล้ว จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขยายเวลาเพื่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ให้สอดคล้องกับจำนวนและความต้องการของนักท่องเที่ยวรวมถึงสถานการณ์ปัจจุบัน หลังเลิกงานประมาณห้าถึงหกโมงเย็น สภาพการจราจรที่ติดขัด กว่าจะถึงร้านอาหารประมาณหนึ่งหรือสองทุ่ม หากร้านอาหารเปิดได้ถึงเที่ยงคืนคนก็นั่งได้แค่สามถึงสี่ชั่วโมงเท่านั้น การขยายเวลาจะช่วยทั้งผู้ใช้บริการมีเวลาพักผ่อนหรือผ่อนคลายจากการทำงาน ขณะที่ผู้ให้บริการก็สามารถเปิดร้านรองรับกลุ่มคนทำงานที่เลิกงานดึกได้ด้วย

ด้าน ดร.ญาณี เลยวานิชเจริญ เลขาและกรรมการสมาคมธุรกิจการค้าร้านอาหารกลางคืน
กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาลที่อนุญาตให้เปิดและช่วยดูแลกันมาตลอด แต่อยากฝากช่วยพิจารณาในเรื่องการกระตุ้นการท่องเที่ยวกลางคืน เพราะตอนนี้เป็นโอกาสที่ชาวต่างชาติ ทั้งชาวยุโรป ตะวันออกกลาง หรืออินเดีย เข้ามาเที่ยวเมืองไทยมากขึ้น น่าจะช่วยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี โดยเฉพาะการขยายเวลาให้การท่องเที่ยวภาคกลางคืนสามารถมีกิจกรรม สร้างงาน สร้างรายได้ ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าประเทศไทยเป็นเมืองที่สามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ แต่ในเบื้องต้นก็ให้ลองเริ่มจากพื้นที่พิเศษดูก่อน ค่อยๆ ขยับขยายออกไป เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งทางสมาคมยินดีให้ความร่วมมือตามมาตรการต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องการเมาไม่ขับ Drink Responsibly เที่ยวเพื่อความบันเทิงแต่ต้องปลอดภัย