กิจกรรม LET’S HOP AND SHOP โชว์ผลิตภัณฑ์เด่นผู้ประกอบการ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดต่างประเทศปี 2565” สยามดิสคัฟเวอรี่

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ จัดกิจกรรมโชว์เคส LET’S HOP AND SHOP ภายใต้ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดต่างประเทศ 2565” ปี2 เพื่อขยายโอกาสของผลิตภัณฑ์ผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์จากการเข้าร่วมโครงการเพื่อเปิดตลาดในกลุ่มของขวัญ ของฝาก และของที่ระลึกในช่วงเทศกาลต่างๆ มาจัดแสดงให้ผู้สนใจ ผู้ซื้อได้เข้าชม ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2565 ณ ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่


โดยผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ยุคใหม่ ประกอบด้วย
SOCIAL ACTIVITY: กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการเข้าสังคม พบปะผู้คน ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ เช่น เครื่องสำอาง, ยาสีฟัน, สบู่โกนหนวด, แอลกอฮอล์ทำความสะอาด
OUTDOOR VIBE: กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทำกิจกรรมกลางแจ้งแต่ขาดการบำรุง เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า, ผลิตภัณฑ์บำรุงหนังศีรษะและเส้นผม เน้นการซ่อมแซมและฟื้นฟู
WORKAHOLIC: กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับวัยทำงานที่ต้องการผ่อนคลายความเหนื่อยล้า หรือชื่นชอบศาสตร์การบำบัดด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติ เช่น ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวและผม ที่เน้นการบำบัด ผ่อนคลาย, ผลิตภัณฑ์สครับผิว และผลิตภัณฑ์อโรมา ดม นวด ประคบ


ผู้ประกอบการที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นพิเศษ ได้แก่ นวัตกรรมหนึ่งเดียวในไทยและหนึ่งเดียวในโลก จากยอดอ่อนทุเรียน ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามที่ไม่เหมือนใครภายใต้แบรนด์ “ดูเรียนน่า บายเอสคิว” (DURRIANAR BySQ) บริษัททิพย์สุรัตน์ จำกัด จากจังหวัดระยอง ภายใต้การบริหารของ คุณนพรุจ ธนภัทรชัยทัต ประธานกรรมการบริหาร(CEO) ที่ดำเนินธุรกิจด้วยแนวคิดเป็นธุรกิจเพื่อสังคม(Social Business) โดยเดินตามศาสตร์พระราชาของในหลวงร.9 “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ทำธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนพร้อมกับสร้างชุมชนให้เข้มแข็ง และได้นำยอดอ่อนและดอกทุเรียนที่ต้องถูกตัดทิ้งมาสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้แก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียน ด้วยการวิจัยนำสารสกัดจากยอดอ่อนและดอกทุเรียน เป็นสารสกัดคุณภาพสูงเทียบเท่าสารสกัดของต่างประเทศที่มีคุณสมบัติเด่นในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูง ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ลดการอักเสบของผิว ลบรอยแดง รอยดำ


ทั้งนี้ดอกทุเรียน 20,000-25,000 ดอกสกัดได้สารน้ำเพียง 17.3 กรัมเท่านั้น ซึ่งสารนี้ได้ถูกนำมาเป็นสารตั้งต้นของผลิตภัณฑ์หลายอย่างของแบรนด์ เช่น ผลิตภัณฑ์กันแดง SPF+4 ที่ติดทนนาน 14 ชั่วโมง ลงเล่นน้ำ ดำน้ำได้โดยไม่ก่อให้เกิดสารฟอกขาวทำลายปะการัง ช่วยอนุรักษ์ธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้าผสมทองคำ ครีมบำรุงผิวกลางวันและอื่นๆ โดยจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ที่คิง เพาเวอร์ในไทย โดยมีจีนเป็นตลาดหลัก


สำหรับบริษัทเนเจอร์ไอเดีย จำกัด จากกรุงเทพฯเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับเลือกนำผลงานมาแสดง ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของสารสกัดใบบัวบกระดับพรีเมียม อาทิ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าและบำรุงผิวหน้า โดยสารสกัดใบบัวบก (Asiaticoside และ Madecassoside) มีฤทธิ์ช่วยต้านการอักเสบและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวพรรณยืดหยุ่น เรียบเนียนและช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย จึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในด้านความงามและการแพทย์อย่างแพร่หลายทั้งในเอเชียและยุโรป ปัจจุบันบริษัทเนเจอร์ไอเดียเน้นขายออนไลน์และออฟไลน์ ที่เป็นกลุ่มตลาดจีนที่มาเที่ยวในไทยและจำหน่ายในคิงพาวเวอร์


อนึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ ได้สานต่อ “โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร สู่ตลาดต่างประเทศ 2565” เป็นปีที่ 2 เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากโครงการในปีแรก เร่งยกระดับผู้ประกอบการสมุนไพรสู่ตลาดโลกอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด BCG Economy ที่ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รอง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยเปิดรับสมัครผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่สนใจเข้าร่วมโครงการถึงวันที่ 18 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา
โครงการนี้มุ่งยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ สมุนไพรไทยอย่างครบวงจร ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่


1)กิจกรรมอบรมและเสริมองค์ความรู้ ในหัวข้อ “การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความงามที่มีส่วนผสมของสมุนไพรตามแนวคิด BCG Model” โดยผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ มุมมองตลาดจากตัวจริงสยามพิวรรธน์ และตลาดออนไลน์โดย LINE ประเทศไทย รวมถึงกรณีศึกษาประสบการณ์ตรงจากเจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีชื่อเสียงในระดับสากล แบรนด์ REUNROM และแบรนด์ SATIRA


2)กิจกรรมโรดโชว์ ต้นแบบการทำธุรกิจผลิตภัณฑ์สมุนไพรและส่วนผสมจากธรรมชาติด้วยแนวคิด BCG Model ของแบรนด์ PATOM ที่สวนสามพราน จ.นครปฐม


3)กิจกรรมการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และแผนการตลาด โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ที่จะมาให้คำแนะนำแบบตัวต่อตัวแก่ผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การกำหนดเป้าหมาย การวางแผน การออกแบบ การผลิตสินค้าต้นแบบ และการเตรียมทดสอบตลาด


และ 4)กิจกรรมทดสอบตลาด โดยนำผลงานที่ได้รับการพัฒนาในโครงการมาจัดแสดงให้ผู้สนใจเข้าชม และเลือกซื้อ ณศูนย์การค้าชั้นนำในเครือสยามพิวรรธน์ รวมถึงการทดลองขายจริงผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ และต่อยอดผลิตภัณฑ์สมุนไพรสู่ตลาดโลก