พรรคเศรษฐกิจไทย จี้รัฐฯ ทบทวนด่วน !กรณีกรมประมง ปล่อยห้องเย็นและโรงงานแปรรูปอาหารทะเล นำเข้ากุ้งทะเลจากเอกวาดอร์- อินเดีย ชี้กระทบราคากุ้งในประเทศตกต่ำ และอาจนำโรคและสารตกค้างเข้ามาปนเปื้อนสินค้ากุ้งทะเลภายในประเทศ แนะหันฟื้นฟูผลผลิตกุ้งเพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทย สามารถขับเคลื่อน และมีศักยภาพแข่งขันระดับโลก

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.เขต 3 จ.สมุทรสาคร พรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า ตนเองได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยือนประชาชนผู้มีอาชีพคนคัดกุ้ง และประชาชนในบริเวณใกล้เคียงที่มาช่วยจับกุ้งในฟาร์มกุ้งขาว ต.หลักสอง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร พบว่ากุ้งขาวแวนนาไม ขนาด 35 ตัว/กิโลกรัม มีแพกุ้งมารับซื้อถึงปากบ่อในราคาเหมากิโลกรัมละ 215 บาท เจ้าของฟาร์มกุ้งคาดว่า จะได้น้ำหนักกุ้งรวมประมาณ 8,000 กิโลกรัม โดยคนคัดกุ้งจะได้รับค่าจ้างรายวัน วันละ 350 บาท

สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง นั้นได้สะท้อนปัญหาและมีข้อกังวลในหลายประเด็น ทั้งเรื่องต้นทุนการผลิตต่างๆ ที่สูงขึ้น ที่สำคัญคือกรณีกรมประมง อนุญาตให้ผู้ประกอบการห้องเย็นและโรงงานแปรรูปอาหารทะเล นำเข้ากุ้งทะเลจากสาธารณรัฐเอกวาดอร์ และสาธารณรัฐอินเดีย อาจนำโรคและสารตกค้างเข้ามาปนเปื้อนกับสินค้ากุ้งทะเลภายในประเทศ ซึ่งมีผลหลังจากสถานการณ์ปัญหาการระบาดของโรคตายด่วน (AHPND/EMS) ทำให้ปริมาณผลผลิตกุ้งทะเลของประเทศไทยลดลงเป็นจำนวนมาก ในปัจจุบันเหลือเพียงประมาณหนึ่งในสามของผลผลิตสูงสุดที่ประเทศไทยเคยผลิตได้

อย่างไรก็ตาม การปล่อยนำเข้ากุ้งดังกล่าว นอกจากจะทำให้กระทบกลไกราคากุ้งตกต่ำแล้ว เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งยังไม่มั่นใจว่า สินค้ากุ้งทะเลที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้ามาในประเทศไทยนั้น จะมาจากแหล่งผลิตต้นทางที่ได้มาตรฐาน ภายใต้ระบบควบคุมและตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพ จึงขอฝากข้อเรียกร้องไปถึงกรมประมง ขอให้ช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทะเล ควบคุมตรวจสอบเชื้อก่อโรคที่อาจมากับกุ้งนำเข้าจากต่างประเทศ ดำเนินการฟื้นฟูผลผลิตกุ้งทะเล แก้ไขปัญหาการเลี้ยงกุ้งทะเลให้ครอบคลุมพื้นที่ 35 จังหวัด ที่มีการเลี้ยงกุ้งทะเล เพื่อให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ และมีศักยภาพทางการแข่งขันในระดับโลก ไม่ต้องนำเข้ากุ้งจากต่างประเทศอีกต่อไป

พรรคเศรษฐกิจไทยสมุทรสาคร