พาณิชย์พา 30 แบรนด์ไทยโชว์ศักยภาพ ในนิทรรศการต่อยอดแบรนด์ไทยสู่สากล ภายใต้โครงการ Thai Brand Fest’ 22  

พาณิชย์โชว์ 30 สินค้าแบรนด์ไทยในนิทรรศการต่อยอดแบรนด์ไทยสู่ตลาดสากล หรือ Ready Set Go โดดเด่นด้วยอัตลักษณ์ นวัตกรรม สอดคล้องกับความต้องการของเทรนด์โลก มีศักยภาพในการส่งออกและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมส่งเสริมต่อเนื่องสู่เวทีการค้าโลกอย่างยั่งยืน

นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “ตามที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) มีนโยบายให้กระทรวงพาณิชย์ช่วยผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs และ Micro SMEs พัฒนาศักยภาพและการตลาดผ่านช่องทางการค้ารูปแบบใหม่เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุค New Normal และ Next Normal โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันความสามารถในการแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศของไทยเป็น 1 ใน 5 ของเอเชียภายในปี 2570 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้จัด โครงการส่งเสริมแบรนด์ไทยสู่สากล หรือ Thai Brand Fest’22 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดโลก โดยใช้กลยุทธ์การสร้าง Brand Awareness สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการแบรนด์ไทยที่ผ่านการเลือกสรรวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ตลอดจนมีการร้อยเรียงเรื่องราวของการสร้างธุรกิจที่มีจุดเด่น เป็นลักษณะเฉพาะไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างอัตลักษณ์ให้สินค้าและบริการไทยเป็นที่รับรู้และจดจำแก่ผู้บริโภคทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในเวทีระดับสากล ให้สามารถต่อยอดการดำเนินธุรกิจตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”

นางสาวประอรนุช  ประนุช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า “โครงการ Thai Brand Fest’22 เน้นส่งเสริมผู้ประกอบการแบรนด์ไทย 2 กลุ่มหลัก กลุ่มที่ 1 คือ กลุ่มแบรนด์ไทยที่สร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการจากโครงการ Idea Lab และ Future Lab จำนวน 30 บริษัท เพื่อร่วมจัด “นิทรรศการต่อยอดแบรนด์ไทยสู่ตลาดสากล หรือ Ready Set Go”ระหว่างวันที่ 17-21 สิงหาคม 2565 สนับสนุนโดย สยามดิสคัฟเวอรี่ และ ODS (Objects of Desire Store) และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพต่อยอดไปยังต่างประเทศ ได้แก่ กลุ่มผู้ประกอบการสมาชิก Thailand Trust Mark (T Mark) และผู้ประกอบการแบรนด์ไทยที่มีศักยภาพในตลาดอินเดีย จำนวน 20 บริษัท เพื่อจัดนิทรรศการสินค้าแบรนด์ไทยในตลาดอินเดีย ณ ห้างสรรพสินค้า Jio World Drive เมืองมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย ระหว่างวันที่ 19-26 สิงหาคม 2565 โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 2 กลุ่ม ได้รับการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นเวลา 3 วัน รวมถึงจะได้เข้าร่วมกิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์กับผู้นำเข้าต่างประเทศภายหลังจากการจัดแสดงนิทรรศการด้วย”

โดยในส่วนของ “นิทรรศการต่อยอดแบรนด์ไทยสู่ตลาดสากล หรือ Ready Set Go” ซึ่งกรมได้ร่วมกับ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด นำผู้ประกอบการจำนวน 30 แบรนด์ จัดแสดงนิทรรศการเพื่อแสดงศักยภาพของสินค้าแบรนด์ไทยที่ผ่านการบ่มเพาะและเตรียมความพร้อมในการพัฒนาสินค้าเพื่อออกสู่ตลาดโลกในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มสินค้า ประกอบด้วย กลุ่มสินค้าเกษตรและอาหาร (Agricultural and Food Products) 16 แบรนด์ ได้แก่ BIOBLACK     (ไบโอแบล็ค) กราโนลาข้าวก่ำไทยจาก จ.พะเยา อุดมด้วยสารอาหารช่วยต้าน​อนุมูล​อิสระ​ BIOVEGGIE (ไบโอเวกกี้) ผักอัดเม็ด DIAMOND FRESH (ไดมอนด์ เฟรช) น้ำนมข้าวยาคูออร์แกนิค HILLKOFF (ฮิลล์คอฟฟ์) ผลิตภัณฑ์กาแฟคุณภาพดีจากเชียงใหม่ JOJO’S GRANOLA (โจโจ้ กราโนล่า) กราโนลาจากผลิตภัณฑ์ในชุมชน อาทิ ถั่ว งา ผลไม้อบแห้ง KAEW (แก้ว) ขนมทองม้วนจากกาญจนบุรี LEAFIA (ลีฟเฟีย) ผงผักโรยข้าว ผงปรุงรสจากผัก และผงผักห้าสี LUCKY EGG (ลัคกี้เอ้ก) ไข่เยี่ยวม้าสีทอง MANTRA (มันตรา) ผลิตภัณฑ์แพลนท์เบสซีฟู้ด ORGANEH (ออร์กาเนะ) อาหารเสริมพัฒนาการเด็ก PATTARAPORN (ภัทรภร) เม็ดมะม่วงหิมพานต์คาราเมล PHORNSAVOEI (ภรณ์เสวย) ข้าวซอยกึ่งสำเร็จรูปพร้อมปรุง SIRITHAI (สิริไท) ผลิตภัณฑ์จากข้าวอินทรีย์ TEPA (เทพา) เครื่องปรุงรสไทยจากวัตถุดิบธรรมชาติ TRULYHILL (ทรูลี่ฮิลล์) ผลิตภัณฑ์กาแฟสายพันธุ์ดี จากอมก๋อย จ.เชียงใหม่ และ YORICE AMAZAKE (โยไรซ์ อามาซาเกะ) สาเกหวานจากข้าวไทยพื้นบ้าน อุดมไปด้วย วิตามิน B ไบโอติน สารต้านอนุมูลอิสระ และกรดอะมิโน

กลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม (Health and Beauty Products) 4 แบรนด์ได้แก่ COSMOS & HARMONY  (คอสมอส แอนด์ ฮาร์โมนี่) แบรนด์สินค้าไลฟ์สไตล์ ผลิตภัณฑ์ดูแลส่วนบุคคลที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติและวัฒนธรรมจากทั่วโลก KHRAMER (ครามเมอร์) สกินแคร์ไทยจากรากครามจาก จ.สกลนคร MC JABRIAL & MEDISILK (แม็ค จาเบรียล และเมดิซิลค์) แผ่นมาส์กหน้าใยไหมทองคำ หน้ากากอนามัยแผ่นใยไหม และ SOOKHO (สุขโข) ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมหมอนสมุนไพรเพื่อสุขภาพและลูกประคบ

กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และสินค้าหัตถกรรม (Lifestyle and Handicraft Products) 7 แบรนด์ ได้แก่ DeCycle (ดีไซเคิล) ผู้ผลิตแผ่นยางปูพื้นรักษ์โลก PASHA (ปาศะ) ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้เซรามิก PAHKAHMAH THAILAND (ปากาม้าไทยแลนด์) สินค้าดีไซน์ ไอเดียจากผ้าขาวม้าไทย RUKBATIK (รักษ์บาติก) ผ้ากลิ่นหอม ลวดลายเอกลักษณ์ เพ้นท์ด้วยมือจากสีธรรมชาติ SIAM CELADON (สยาม ศิลาดล) ผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบศิลาดล UPCYDE (อัปไซด์) แบรนด์รองเท้าหนังเทียมที่ผลิตจากขยะทางการเกษตรอย่างผลไม้ และต่อยอดสู่สินค้ารูปแบบต่างๆ และ WASOO (วาสุ) สินค้าที่ทำมาจากจากฟางข้าวและกะลากาแฟของแบรนด์รักษ์โลก

กลุ่มสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet Products) 3 แบรนด์ได้แก่ DOGANIC (ด็อกแกนิก) ผลิตภัณฑ์ออแกนิก สำหรับสัตว์เลี้ยง ORGA (ออร์ก้า) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหนังสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากสารสกัดจากผลไม้ตามธรรมชาติปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์และสัตว์เลี้ยง และ PET SMILE (เพ็ท สไมล์) ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติและออร์แกนิกสำหรับสัตว์เลี้ยง

โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมนิทรรศการเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเลือกซื้อสินค้าที่ถูกใจจาก “นิทรรศการต่อยอดแบรนด์ไทยสู่ตลาดสากล หรือ Ready Set Go” ภายใต้โครงการ Thai Brand Fest’ 22  ได้ ตั้งแต่วันที่ 17-21 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ครีเอทีฟ แล็บ ชั้น 3 สยามดิสคัฟเวอรี่ หรือเลือกช้อปออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน ONESIAM SuperApp ได้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม – 16 กันยายน 2565 นี้  

####