NRF เผยกลยุทธ์มุ่งหน้าสู่การเป็นบริษัทคลีนฟู้ดเทคระดับโลก

“เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์” หรือ NRF ผู้ผลิตและส่งออกอาหาร และเครื่องปรุงรสชั้นนำ แถลงถึงก้าวสำคัญขององค์กรสู่การเป็น “บริษัทคลีนฟู้ดเทคระดับโลก” มุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการแก้ไขปัญหาภาวะโลกรวน (Climate Change) ลดการสร้าง และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวนการผลิตอาหารและขับเคลื่อนองค์กรสู่สถานะ การปล่อยคาร์บอนเป็นลบ โดยกลยุทธ์นี้มุ่งเสริมความแข็งแกร่งของการดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และตอกย้ำถึงจุดยืนของบริษัทที่มุ่งสร้างผลกระทบทางบวกต่อสิ่งแวดล้อม

นาย แดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF กล่าวว่า NRF คือ บริษัท Purpose-led แห่งแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็นบริษัทแรกที่ก้าวสู่การเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเน้นการสร้างกระบวนการ ผลิตอาหารที่สร้างคอร์บอนน้อยที่สุด ทั้งยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็นผู้ผลิตร่วม ชั้นนำของโปรตีนทางเลือก และอาหารต่าง ๆ ด้วยกลยุทธ์แบบองค์รวมทั้งการสร้างแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ การเข้าลงทุนในบริษัทผู้ถือผลิตภัณฑ์ และการเข้าถือเทคโนโลยี ชั้นนำ โดย NRF กำลังปฏิรูปการกำจัดคาร์บอน จากเชื้อเพลิงฟอสซิลจนเหลือศูนย์ในกระบวนการผลิตอาหาร

ในปี 2565 NRF วางแผนที่จะสร้างโรงงานผลิตอาหารที่ปล่อยมลพิษเป็นลบทั้งในประเทศไทย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะทำให้รายได้ของกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มาจากพืชนั้นเพิ่มขึ้น 20% สร้างกระแสเงินหมุนเวียนขององค์กรที่มากขึ้น

“ภาวะโลกรวนนั้นส่งผลกระทบกับการดำรงชีวิตของพวกเราทุกคนอย่างเห็นได้ชัด ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ได้กลายเป็นตัวการอันดับต้นๆ ของอันตรายต่อ สุขภาพของคนไทย โดยที่ตัวการใหญ่ของปัญหานี้คือ อุตสาหกรรมการผลิตอาหารที่ปล่อย มลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมมากถึง 1 ใน 3 ของทั้งหมด ในประเทศไทยเองนั้น เราต้องจัดการกับปัญหาขยะมูลฝอย จากการเกษตรมากถึง 17 ล้านตันทุก ๆ ปี ดังนั้น เราจึงร่วมมือกันในทุกภาคส่วนขององค์กรและวางแผน การดำเนินงานของปี 2565 เพื่อให้บรรลุความสำเร็จในการกำจัดคาร์บอนจากเชื้อเพลิงฟอสซิลจนเหลือศูนย์ ซึ่งรวมไปถึงการตั้งเป้าผลการดำเนินงานในแต่ละระยะ เพื่อผลักดันให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ให้มากที่สุด และรวดเร็วที่สุด”

ห่วงโซ่คุณค่าของการกำจัดคาร์บอนจนเหลือศูนย์ของ NRF นั้นเริ่มจาก การนำเอาขยะมูลฝอยในภาคการเกษตร หรือมวลชีวภาพ (Biomass) มาผลิตเป็นไบโอ-ออยล์ และถ่านชีวภาพ หลังจากนั้น NRF ก็จะนำถ่านชีวภาพเหล่านั้นเข้าไปใช้ในห่วงโซ่อุปทาน และกระบวนการผลิต เพื่อลดคาร์บอนออฟเซ็ต และเพิ่มคาร์บอนเครดิต เหล่านี้ถือเป็นกระบวนการต้นน้ำของการกำจัดคอร์บอน

นอกจากนั้นแล้ว NRF ยังร่วมมือกับเหล่าพันธมิตรเพื่อผลักดันให้ปลูกพืชผลและผลิตโปรตีนในกระบวน การแบบยั่งยืน โดยเครือข่ายโรงงานในแต่ละภูมิภาคนั้นก็สามารถกระจายสินค้าได้แบบปลอดภาษี ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์สามารถเข้าถึงสินค้าที่ผลิตโดยแบรนด์ในกลุ่ม NRF และผลิตจากโรงงานของ NRF ได้อย่างทั่วถึงผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ

“เราไม่เพียงแค่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายได้โดยเร็วเท่านั้น แต่เรายังสร้างทีมที่เฟ้นเอา บุคลากรคุณภาพจากทั่วโลก อันประกอบไปด้วย วิศวกรสิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญ ด้านตลาดคาร์บอนมาคอยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบบนเส้นทางของเราในครั้งนี้ ด้วยทีมที่แข็งแกร่งนี้ทำให้เรายังครองความเป็นผู้นำของตลาดที่มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสร้างคุณค่าอย่างมหาศาลให้กับทั้ง NRF บรรดาพันธมิตรของเรา รวมไปถึงผู้บริโภคด้วย”

“การก้าวสู่การเป็นบริษัทคลีนฟู้ดเทคนั้น ทำให้เราต้องลงมือทำในทันที เราภูมิใจกับความสำเร็จที่ผ่านมา และยังมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนคนรุ่นใหม่ในการปกป้องโลกของเรา เราต้องเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงในวันนี้ เพื่อที่เราจะบรรลุความมุ่งมั่นนี้ได้ภายในปี 2593” นายแดน กล่าวในที่สุด