VEOCEL™ เตรียมนำระบบจำแนกเส้นใยระบบแรกของอุตสาหกรรม มาใช้ในประเทศไทย ตอบรับกระแสตลาด เปิดเผยวัตถุดิบที่ใช้ในอุตสาหกรรมความงามอย่างโปร่งใส

  • VEOCEL™ ในประเทศไทย ที่ตลาดให้ความสำคัญกับระบบซัพพลายเชนของผลิตภัณฑ์ความงามที่โปร่งใส ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม
  • VEOCEL™ ผลิตมาจากเส้นใยไลโอเซลล์พรีเมียมแท้ ๆ

15 ธันวาคม 2564, เลนซิ่ง – ภาพรวมตลาดทั่วโลกของอุตสาหกรรมความงาม เป็นที่คาดกันว่าจะเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง โดยประเมินว่ามูลค่าตลาดแผ่นมาสก์หน้าจะเพิ่มขึ้นไปถึง 14 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030[1] ยิ่งผู้บริโภคมองหาแนวทางการใช้ชีวิตด้วยความยั่งยืนกันมากขึ้น แบรนด์ต่าง ๆ ยิ่งจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ และทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีความโปร่งใส ตอบสนองความต้องการตลาดให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงที่มาของวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ความงามในประเทศไทย

แบรนด์ VEOCEL™ Beauty จึงได้นำระบบจำแนกเส้นใย (Fiber Identification System) มาจำแนกผิวสัมผัสของเส้นใยไลโอเซลล์ลิขสิทธิ์เฉพาะของเลนซิ่ง (LENZING™) ทั้งแบบธรรมดา แบบผิวละเอียด และเส้นใยไมโคร ซึ่งเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ไปยังวัตถุดิบที่ใช้ทำแผ่นมาสก์ได้ทั่วโลก ซึ่งระบบนี้ มีเทคโนโลยีการตรวจสอบที่ล้ำหน้า รับประกันได้ถึงคุณภาพ และสื่อสารให้มั่นใจได้ว่า ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ใช้เส้นใยไลโอเซลล์ลิขสิทธิ์ของเลนซิ่งแท้ ๆ ที่ให้คุณภาพผิวสัมผัสพรีเมียมตามประเภทของแผ่นมาสก์นั้น ๆ

นายเยอร์เกิน ไอซิงเงอร์ รองประธานสายงานธุรกิจโกลบอลนอนวูฟเวน (Global Nonwovens Business) ของ Lenzing AG กล่าวว่า “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ถึงวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมความงาม จากที่เน้นด้านคุณภาพของเส้นใยที่ไม่ผ่านการถักทอหรือนอนวูฟเวน มาถึงการรับประกันวัตถุดิบที่ใช้ในแผ่นมาสก์หน้าว่าเป็นของแท้และตรวจสอบได้ด้วยความโปร่งใส เมื่อสหภาพยุโรปมีคำสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสดีที่จะเปิดตัวระบบจำแนกเส้นใยไลโอเซลล์ภายใต้
แบรนด์ VEOCEL™ เพราะแบรนด์ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้วนตระหนักว่า ความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานเป็นสิ่งสำคัญ และถือเป็นประเด็นลำดับต้น ๆ ในโมเดลธุรกิจและการบริหารชื่อเสียงขององค์กร ซึ่งเราประเมินว่า ระบบการจำแนกเส้นใยนี้ จะมีบทบาทสำคัญสำหรับแบรนด์ VEOCEL™ Beauty ในปี 2565 และต่อไปในอนาคต”

เส้นใยระดับพรีเมียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์

ระบบจำแนกเส้นใย (Fiber Identification System) สามารถนำมาใช้กับผิวสัมผัสเส้นใยประเภทต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ VEOCEL™ Beauty ซึ่งเป็นเส้นใยที่เหมาะนำไปใช้ผลิตแผ่นมาสก์หน้า เส้นใยเหล่านี้ เป็นเส้นใยจากพืชแท้ ๆ ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable) และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (compostable) ที่ผลิตขึ้นในออสเตรเลีย เส้นใยผิวสัมผัสต่าง ๆ จากใยไลโอเซลล์ลิขสิทธิ์เฉพาะของเลนซิ่งนั้น เป็นเทคโนโลยีโปร่งแสงที่ได้รับสิทธิบัตร ทำให้แผ่นมาสก์หน้าเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติและโปร่งแสงมากกว่าวัสดุประเภทอื่น และนอกจากจะมีคุณภาพชั้นเลิศ เส้นใยไลโอเซลล์ลิขสิทธิ์เฉพาะของเลนซิ่งในผิวสัมผัสแบบต่าง ๆ ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากได้รับการรับรองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (CarbonNeutral®) จากการที่สามารถลดร่องรอยคาร์บอนสุทธิให้เป็นศูนย์ (net-zero) ได้

ผู้บริโภคสร้างการซื้อสินค้าอย่างรับผิดชอบได้ โดยสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม

ระบบจำแนกเส้นใยสามารถระบุถึงเส้นใยที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้าย ควบคุมคุณภาพ และรับรองว่าเป็นแบรนด์แท้ที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ลอกเลียนแบบที่มีคุณภาพด้อยกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตรวจสอบจากระบบยังช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจและสบายใจได้ยิ่งขึ้นว่า วัสดุที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ความงามของตน ได้รับการรับรองว่าสะอาดและทำจากเส้นใยพรีเมียมแท้ ๆ  เป็นทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคผู้ที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อเลือกซื้อสินค้า

“ผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่อยากจะเข้าใจถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ ต้องการความโปร่งใสในการใช้ส่วนผสมต่าง ๆ ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ระบบใหม่ในการจำแนกเส้นใยนี้ จะเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์ความงามของไทยมีแต้มต่อในการแข่งขันได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเราเล็งเห็นว่ามีศักยภาพและโอกาสการเติบโตสูงในอุตสาหกรรมความงามและของใช้ส่วนบุคคลของไทย เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับด้านสุขภาวะหรือคุณภาพชีวิตกันมากขึ้น” นายสตีเวน ไช่ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการพาณิชย์ธุรกิจนอนวูฟเวนในภูมิภาคเอเชียของ Lenzing กล่าว “เมื่อสามารถยกระดับความเชื่อมั่นเรื่องความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานได้ แบรนด์ไทยก็จะสามารถโฟกัสในด้านอื่น ๆ ของธุรกิจ เพื่อสนับสนุนการขยายตัวและเติบโตของแบรนด์ได้ในระยะยาว”

###

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:   Rita Ng Head of Global Marketing Services Phone: +852 3718 5675 Email: r.ng@lenzing.com   Connie Au Head of Marketing and Branding – Nonwovens (Asia) Email: c.au@lenzing.com    

เกี่ยวกับ VEOCEL™

VEOCEL™ เป็นแบรนด์ระดับเรือธงของกลุ่มเลนซิ่งที่มีความเชี่ยวชาญด้านนอนวูฟเวน หรือผ้าที่ขึ้นรูปจากเส้นใยโดยตรงโดยไม่ใช้การถักทอ ผลิตภัณฑ์ VEOCEL™ ใช้วัตถุดิบจากไม้ที่สามารถนำไปใช้ใหม่ได้ จึงให้การปกป้องอย่างเป็นธรรมชาติในทุก ๆ วัน แบรนด์มีความมุ่งมั่นในการผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมนอนวูฟเวนโดยให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความสบายที่ได้จากธรรมชาติ VEOCEL™ นำสารสกัดจากธรรมชาติมาสู่ผลิตภัณฑ์นอนวูฟเวนได้โดยใช้นวัตกรรมเส้นใยจากเทคโนโลยีของ VEOCEL™ ซึ่งมีทั้งการซึมซับจากธรรมชาติ การกระจายของเหลวอย่างทั่วถึง และให้คุณสมบัติที่โปร่ง โล่งสบาย  ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ผลิตภัณฑ์แบรนด์ VEOCEL™ มีความโดดเด่นด้วยเส้นใยไลโอเซลล์ลิขสิทธิ์ของ VEOCEL™ และเส้นใยพิเศษวิสโคส ที่พัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตด้วยแนวทางแห่งความยั่งยืน ช่วยรักษาสมดุลของสิ่งแวดล้อมเพราะสามารถเติมเต็มวงจรของธรรมชาติได้ เส้นใยต่าง ๆ ของแบรนด์ ได้รับการรับรองคุณภาพด้านความสะอาด การย่อยสลายได้ทางชีวภาพ การมีแหล่งที่มาจากพืช และผลิตขึ้นภายใต้กระบวนการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม แบรนด์ VEOCEL™ มีการแบ่งกลุ่มแบรนด์ตามสายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ VEOCEL™ Beauty, VEOCEL™ Body, VEOCEL™ Intimate และ VEOCEL™ Surface ทั้งนี้ มีการนำเส้นใยของไวโอเซลไปใช้ในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและดูแลร่างกาย ผลิตภัณฑ์ดูแลจุดซ่อนเร้น และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้นผิว

เส้นใยภายใต้แบรนด์ VEOCEL™ ได้มาจากไม้ธรรมชาติที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นไม้จากป่าและสวนป่าควบคุมที่ได้รับการรับรอง เส้นใยเหล่านี้ ผลิตด้วยกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นลักษณะวงจรปิด (closed loop) หรือหมุนเวียนนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เส้นใยมาตรฐานของ VEOCEL™ ได้รับการรับรองแล้วว่าสามารถสลายตัวได้ทางชีวภาพ (compostable) และย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable) ในสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรม ครัวเรือน ดิน น้ำ และทะเล จึงแยกตัวนำไปเป็นวัตถุดิบใหม่ได้อย่างปลอดภัย และนำกลับคืนสู่ธรรมชาติได้ทุกส่วน

เกี่ยวกับเลนซิ่งกรุ๊ป 

Lenzing Group (เลนซิ่งกรุ๊ป) ยืนหยัดในเรื่องการผลิตที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลิตเส้นใยชนิดพิเศษที่ทำจากไม้ ซึ่งนำกลับมาใช้หมุนเวียนได้ ในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรม เลนซิ่งได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับผู้ผลิตสิ่งทอและผลิตภัณฑ์ไม่ถักทอทั่วโลก และขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มากมาย

เส้นใยคุณภาพสูงของเลนซิ่งกรุ๊ปเป็นวัสดุตั้งต้นสำหรับการผลิตสิ่งทอหลายอย่าง ตั้งแต่เสื้อผ้าสตรีที่ให้ความหรูหราสง่างาม ไปจนถึงผ้าเดนิมที่ใช้งานได้หลายรูปแบบ และเสื้อผ้ากีฬาประสิทธิภาพสูง การที่เส้นใยของเลนซิ่งมีคุณภาพสูงสม่ำเสมอ สามารถย่อยสลายทางชีวภาพ (biodegradability) และสลายตัวได้ทางชีวภาพ (compostability) จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยและการนำไปใช้ทางการเกษตร

โมเดลธุรกิจของเลนซิ่งกรุ๊ป เป็นมากกว่าการเป็นผู้ผลิตเส้นใยในแบบเดิม เพราะเลนซิ่งกรุ๊ปทำงานร่วมกับลูกค้าและคู่ค้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ล้ำหน้าที่ครอบคลุมทุกห่วงโซ่คุณค่า และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้บริโภค เลนซิ่งกรุ๊ปมุ่งเน้นการแปรรูปและใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบได้อย่างประสิทธิภาพ พร้อมนำเสนอโซลูชันที่จะช่วยนำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างครบวงจร ในการช่วยชะลอภาวะโลกร้อนและทำให้เป้าหมายของความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ “Green Deal” แห่งคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรปสัมฤทธิผล เลนซิ่งได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้อย่างชัดเจนในการสรรค์สร้างอนาคตที่ปลอดคาร์บอนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

สถิติสำคัญของเลนซิ่งกรุ๊ปในปี 2020

รายได้ : 1.63 พันล้านยูโร

กำลังการผลิต : 1,045,000 ตัน

พนักงาน : 7,358 คน

TENCEL™, VEOCEL™, LENZING™, REFIBRA™, ECOVERO™, LENZING MODAL™, LENZING VISCOSE™, MICROMODAL™ และ PROMODAL™ เป็นเครื่องหมายการค้าลิขสิทธิ์ของ Lenzing AG

###


[1] ที่มา: Transparency Market Research