Dow เผยคู่มือเที่ยวป่าชายเลนด้วยตนเอง ฉบับรู้จริงฟินจัง

สะพานไม้ที่ทอดยาวอยู่ใต้ร่มเงาของไม้โกงกาง ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีรากเหมือนคนกางแขนอยู่ปริ่ม ๆ น้ำเป็นภาพแปลกตาที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวสายรักธรรมชาติหลายคนต้องเดินทางไปเช็คอิน เพราะถ่ายรูปมุมไหนก็สวยไปหมด แต่ป่าชายเลนยังมีเสน่ห์อีกมากมายให้ค้นหา และถ้ายิ่งรู้จักจะยิ่งรักและหวงแหนป่าชายเลนที่ได้ชื่อว่าเป็นป่าที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ที่สุดของโลก

ไหน ๆ จะไปเที่ยวให้ได้อรรถรส ก็ต้องเก็บทุกช็อตความสวยงามไปพร้อม ๆ กับเรียนรู้เสน่ห์ของป่าชายเลน กับ 10 เรื่องที่ต้องเช็คก่อนแชะ แนะนำโดย ดร.สนใจ หะวานนท์ ที่ปรึกษากรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในนามของโครงการ Dow & Thailand Mangrove Alliance ความร่วมมือเพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างครบวงจรและมีส่วนร่วมของกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN)

  1. มาเที่ยวป่าชายเลนได้สูดโฮโซนมากกว่าเที่ยวป่าบกหรือชายทะเลถึง 5 เท่า

            ความลับเรื่องหนึ่งของป่าชายเลนที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงคือเรื่องการเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ใหญ่ที่สุดแหล่งหนึ่ง มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่าป่าชายเลนสามารถกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสาเหตุของปรากฎการณ์ก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าป่าไม้เขตหนาวหรือป่าฝนเขตร้อนชื้นถึง 5 เท่าเมื่อเทียบต่อหน่วยในพื้นที่เท่า ๆ กัน โดยคาร์บอนส่วนใหญ่จะถูกกักเก็บไว้ใต้ดินในรากและเนื้อไม้ของลำต้นของต้นไม้

            ขณะเดียวกันต้นไม้ในป่าชายเลนประเภทโกงกางต้องใช้ออกซิเจนจำนวนมากในการสังเคราะห์แสง จึงทำให้อากาศบริเวณป่าชายเลนมีแต่โอโซนบริสุทธิ์ไว้ฟอกปอดนักท่องเที่ยว  ครั้งต่อไปถ้าไปเที่ยวป่าชายเลน ขอแนะนำให้สูดอากาศเข้าปอดได้เต็มที่เลย

  • ป่าชายเลนต้นกำเนิดห่วงโซ่อาหาร

            ใบไม้จากต้นโกงกางที่ร่วงหลนลงสู่พื้นผิวน้ำเค็มของป่าชายเลน แม้จะเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติแต่กลับสร้างสิ่งมหัศจรรย์อย่างคาดไม่ถึง เพราะเป็นต้นกำเนิดของห่วงโซ่อาหารที่มีปลายทางคือสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับโลกใบนี้ 

ใครจะคิดว่าแค่ใบไม้ที่ร่วงหล่นจะย่อยสลายกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียซึ่งเป็นจุดกำเนิดของข้อแรกของห่วงโซ่อาหารที่ส่งต่อไปยังปูแสมที่มีวงจรชีวิตอยู่ในป่าชายเลน พอปูแสมไข่ออกมาหลายล้านใบจะกลายเป็นแพลงตอนธาตุอาหารชั้นดี  มีแพลงตอนที่ไหนย่อมกลายเป็นแหล่งอาหารอันโอชะของสัตว์น้ำน้อยใหญ่ และปลายทางของห่วงโซ่ก็คืออาหารของมนุษย์นั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ยังไม่รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ที่มาอาศัยหาอาหารอันอุดมสมบูรณ์จากป่าชายเลนอีกด้วย

นอกจากนี้รากของต้นไม้ในป่าชายเลนที่ยึดโยงกันอยู่บนเลนยังเป็นปราการป้องกันคลื่นลมแรงที่พัดมาปะทะชายฝั่งทะเล  และกลายเป็นพื้นที่สงบที่ใช้เป็นแหล่งอนุบาลลูกสัตว์น้ำแรกเกิดที่ต้องการหาอาหารและหลบภัยจนกว่าจะเติบใหญ่ออกไปผจญท้องทะเลกว้างอีกครั้ง

  • ความลับของรากต้นไม้ในป่าชายเลน

            เมื่อเดินเล่นในป่าชายเลนนอกจากจะเพลิดเพลินกับอากาศที่สดชื่นเย็นสบายแล้ว สองฟากทางของสะพานไม้ที่ทอดยาว ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นรากต้นไม้ที่ขึ้นในป่าชายเลนมีรูปร่างสวยงามแปลกตาเหมือนหลงไปเดินอยู่ในเทพนิยาย wonderland กลายเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของป่าชายเลนที่นักท่องเที่ยวชอบแชะภาพ แต่นักท่องเที่ยวส่วนมากกลับไม่รู้ความลับต้นไม้ของป่าชายเลน

รากต้นไม้โดยทั่วไปจะอยู่ใต้ดินเพื่อทำหน้าที่ยึดลำต้นและดูดอาหารเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ แต่รากของต้นไม้ตามป่าชายเลนมีความแปลกและทำหน้าที่แตกต่างจากธรรมชาติ  เนื่องจากพื้นดินส่วนมากเป็นโคลนและมีน้ำเค็มท่วมตลอดปี  เพื่อความอยู่รอดต้นไม้ที่ขึ้นในป่าชายเลนจึงมีวิวัฒนาการไม่ว่าจะเป็น ต้นโกงกาง แสม ลำพู ฯลฯ

หนึ่งของความมหัศจรรย์คือรากของต้นโกงกางแทนที่จะอยู่ใต้ดินแต่กลับงอกขึ้นมาตามลำต้นอยู่เหนือน้ำเค็ม ส่วนที่เราเห็นคล้ายคนกางแขนออกนั่นคือรากของต้นโกงกางนั่นเอง  เพื่อทำหน้าที่ค้ำยันลำต้นให้สามารถยึดเกาะในดินเลนได้แบบ walking roots  และถ้าช่างสังเกตหน่อยจะเห็นตอไม้แหลม ๆ ผุดขึ้นมาจากดินเลน  นั่นไม่ใช่ซากต้นไม้แต่เป็นรากพิเศษของต้นโกงกางโผล่ขึ้นมาหายใจและดูดซับออกซิเจนเพื่อนำไปสังเคราะห์แสง จึงทำให้ป่าชายเลนมีอากาศที่สดชื่น

  • เที่ยวได้ทั้งปี มีให้สนุกทุกฤดู

ป่าบกส่วนมากเที่ยวได้เฉพาะหน้าหนาวเพื่อขึ้นภูดูหมอกสูดอากาศที่เย็นสบาย แต่ป่าชายเลนยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี เพราะมีความหลากหลายทางธรรมชาติทุกฤดูกาล  เหมือนห้องเรียนธรรมชาติ ที่สามารถสัมผัสและเรียนรู้ธรรมชาติที่ลึกลับของป่าชายเลนอย่างไม่รู้จบ

            ป่าชายเลนเหมือนโรงละครใหญ่ที่เปลี่ยนฉากและตัวละครสลับสับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล ยกตัวอย่าง ป่าชายเลนปากน้ำประแส อ. แกลง จ.ระยอง ซึ่งเป็นหนึ่งในป่าชายเลนผืนใหญ่ที่สุดของจังหวัดระยอง ถ้ามาช่วงหน้าหนาว แขกรับเชิญคือนกอพยพที่หาชมได้ยาก หนีหนาวมาหาอาหารอันอุดมสมบูรณ์ในป่าชายเลนไทย นักท่องเที่ยวจะได้สนุกสนานกับกิจกรรมทางเรือชมนกชมไม้อย่างมีความสุข

            พอเข้าช่วงตั้งแต่ มี.ค.-ก.ย. น้ำทะเลลงจนเห็นพื้นเลนและดิน ความงดงามมหัศจรรย์ของรากต้นไม้ในป่าชายเลนที่ถูกซ่อนอยู่ในน้ำเค็มจะถูกเผยโฉมขึ้นมาในฤดูนี้  เป็นภาพงดงามเหมือนงานศิลปะที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวต้องกระหน่ำเก็บภาพสวยงามเหล่านี้ไว้ 

            เมื่อน้ำทะเลลดกิจกรรมทางเรือหายไป แต่ยังมีกิจกรรมสนุกอีกมากมาย อาทิ เมื่อน้ำแห้งเหล่าฝูงปูก็ออกจากรูมาเริงร่าตามดินเลนต้อนรับนักท่องเที่ยว เกิดเป็นภาพของลานปูที่น่าดูน่าชม ส่วนชาวบ้านก็จับคราดหาหอยแครง หอยตลับ จับปูดำ ปูแสม นำมาต้มแล้วตำพริกเกลือไว้จิ้มกิน รวมถึงการยกเคยเพื่อนำมาทำกะปิชั้นดีเป็นของฝากจากชุมชน

  • ความลับของทุ่งโปรงทอง…ดินแดนมหัศจรรย์ของเมืองไทย

            หลายคนอาจเคยได้ยินเรื่อง “ทุ่งโปรงทอง” หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของเมืองไทยที่หาดูได้ยากมาก แต่รู้หรือไม่ว่า ภาพทุ่งโปรงสีเหลืองทองทอดยาวสุดลุกหูลูกตาราวกับทุ่งดอกไม้นี้ เกิดขึ้นมาจากอะไร

ปกติต้นโปรงเป็นไม้ขึ้นตามป่าชายเลนบริเวณเลนแข็ง เป็นไม้โตเร็วมีความสูงเกิน 10 เมตร มีใบเป็นสีเขียวตลอดทั้งปี แต่ไม้โปรงทองที่ขึ้นบริเวณทุ่งแห่งนี้เรียกว่าขึ้นผิดที่ผิดทาง เพราะอยู่ในบริเวณที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง จึงมีธาตุอาหารน้อย ความชื้นน้อย เลยทำให้ลำต้นแคระแกรนใบออกสีเหลืองตลอดทั้งปี  จึงกลายเป็นภาพของต้นโปรงที่อวดใบเหลืองสีทองเต็มทุ่งอย่างสวยงามตลอดทั้งปี

  • มารู้จักปลาร้อยแปดพันเก้าที่อยู่กับป่าชายเลนกันเถอะ

            ช่วงเวลาเดินอยู่ในป่าชายเลนจะมีแต่ความเงียบสงบจนสามารถได้ยินเสียงป่าหายใจและถ้ามองลงไปในน้ำใส ๆ จะเห็นฝูงปลาโผล่ขึ้นมาตอดเหยื่อเป็นระยะ ๆ

ป่าชายเลนอุดมสมบูรณ์จึงเสมือนห้องครัวขนาดใหญ่ที่สัตว์ใหญ่น้อยมาอาศัยอยู่  โดยเฉพาะฝูงปลาเกือบ 100 สายพันธุ์มาอาศัยอยู่เพื่อกินแพลงตอน  อาทิ ปลากระบอก ปลากะพง ปลากด ปลาดุก ปลาเก๋า ฯลฯ ชาวประมงพื้นบ้านเล่าว่าเมื่อสมัยที่ผืนป่าชายเลนยังอุดมสมบูรณ์มีปลาโลมาปากขวดเผือก รวมถึงฝูงปลาทูที่ว่ายจากทะเลใหญ่เข้ามาหากินในป่าชายเลนด้วย

  • ปูก้ามดาบ นักเลงเจ้าถิ่น

            ฤดูน้ำลดพื้นป่าชายเลนจะแห้งจนเห็นพื้นดินเลน เป็นเวลาของบรรดาปูที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนออกมาเริงร่าทำกิจกรรมตามธรรมชาติกัน เช่น ปูแสมเป็นจิตอาสาที่มาเก็บกวาดเศษใบไม้และซากสัตว์กินเป็นอาหารถือเป็นการBig Cleaning ชายหาดปีละครั้ง ขณะเดียวกันชาวบ้านก็จะใช้เวลาช่วงกลางคืนมาจับปูแสมที่ออกจากรู นำกลับบ้านมาต้มจิ้มกินกับพริกเกลือเป็นมื้ออร่อย

            แต่ไฮไลต์ของฤดูปูเริงร่าคือการยกพวกออกมาอวดโฉมของ “ปูก้ามดาบ” ซึ่งเป็นปูประจำป่าชายเลน ลำตัวมีสีสันสดใสทั้ง แดง ฟ้า เหลือง จุดเด่นคือก้ามด้านขวาจะใหญ่มาก เหมือนนักเลงที่ยกปืนขู่เวลาที่มีภัยมา  สำหรับป่าชายเลนปากน้ำประแสช่วงเวลานำลดเป็นเวลาของเหล่าปูก้ามดาบที่จะยกพวกมายึดพื้นที่ป่าชายเลนทำให้บริเวณที่ดูปูก้ามดาบสีแดงพรึบไปหมด  แต่ขอแนะนำว่าขณะดูปูอย่าส่งเสียงดัง เพราะปูพวกนี้ขี้ตกใจ ถ้ามีเสียงนิดหน่อยจะวิ่งหนีกลับเข้ารูทันที

  • นักดูนก ต้องมาส่องช่วงไหนดี

            คนรักนกต้องมาเที่ยวป่าชายเลน รับรองไม่ผิดหวัง เพราะมีฝูงนกธรรมชาติหลากหลายสายพันธุ์ให้ดูได้ไม่มีเบื่อ นักดูนกควรมาส่องหาสายพันธุ์นกเจ้าถิ่นในช่วงเดือน ต.ค.-มี.ค. ซึ่งเป็นช่วงหน้าน้ำที่นกจะบินมาหาอาหารและเกาะตามกิ่งไม้ ขอนไม้ที่ผุดขึ้นจากผิวน้ำ นักดูนกควรเช่าเรือมาส่องนกซึ่งคนขับเรือจะรู้ว่าบริเวณไหนมีนกมาเกาะบ้าง หรือหากอยากชมนกอพยพจากต่างประเทศให้มาชมได้ในหน้าหนาวช่วงเดือน พ.ย. – ธ.ค.

  • ทำไมถึงเรียกป่าชายเลนว่า “ป่ามีชีวิต” ค้นหาคำตอบกันดีกว่า

            ป่าชายเลนก็เหมือนคน เมื่อเดินเข้าไปในป่าจะเห็นผืนป่าของต้นโกงกางจำนวนมากที่แผ่รากคล้ายลักษณะคนกางแขนเพื่อค้ำยันลำต้นให้เกาะบนดินเลนได้  มองไปแล้วเหมือนป่ามีชีวิตซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ เป็นต้นกำเนิดห่วงโซ่อาหาร

นอกจากนี้การแพร่พันธุ์ของต้นไม้ในป่าชายเลนก็ไม่เหมือนป่าบก โดยอาศัยลูกไม้ที่หล่นจากต้นตกลงในน้ำ  ลูกไม้ส่วนหนึ่งจะกลายเป็นอาหารของสัตว์ แต่ส่วนที่รอดจะลอยไปตามน้ำขึ้นน้ำลง ไปสุดทางที่ไหนก็จะปักลงเป็นต้นอ่อนเพื่อรอการเจริญเติบโตต่อไป เราจึงเห็นชายขอบของป่าชายเลนขยายอาณาเขตออกไปเรื่อย ๆ เหมือนคนมีชีวิตที่เติบโตขึ้นในแต่ละปี

  1. ถ้าอยากอนุรักษ์ป่าชายเลนต้องทำอย่างไร

            ตั้งแต่มีการให้ข้อมูลถึงประโยชน์ของป่าชายเลนทำให้มนุษย์ตระหนักถึงความสำคัญของป่าชายเลนมากยิ่งขึ้น  จึงทำให้เกิดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศเดินป่าเพื่อศึกษาธรรมชาติและให้ความรู้เรื่องการอนุรักษ์ป่าชายเลนไปด้วย  มีกิจกรรมการปลูกป่าชายเลนเพื่อสร้างป่าผืนใหม่ทดแทนป่าผืนเดิมที่ถูกทำลาย ซึ่งมีบริษัทเอกชนหลายแห่งที่หันมาทำกิจกรรม CSR ปลูกป่าเพื่อสนับสนุนให้คนหันมารักษ์สิ่งแวดล้อม หรือถ้าอยากมาปลูกป่าด้วยตัวเองสามารถติดต่อกับเทศบาลในท้องถิ่นได้ 

            นอกจากนี้ปัญหาขยะจากเมืองและขยะจากชุมชนจำนวนมากที่ไหลมาทับถมกันที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นปราการด่านสุดท้ายในการเก็บกักขยะบกไม่ให้ไหลลงสู่ทะเลไปทำร้ายสัตว์ทะเล แต่ขยะเหล่านี้กลับสร้างความเสียหายให้กับป่าชายเลน  เพราะขยะที่ลอยมาติดตามรากต้นโกงกาง ต้นแสม ซึ่งเป็นรากค้ำยันลำต้นและช่วยการหายใจ เมื่อขยะมาปิดทางเดินหายใจก็ทำให้ต้นไม้ตามป่าชายเลนหายใจไม่ออกและล้มตาย  ด้วยเหตุนี้จึงเกิดกิจกรรมเก็บขยะตามป่าชายเลน ซึ่งมักจะทำในฤดูกาลน้ำลด นอกจากช่วยกำจัดขยะแล้วยังได้ช่วยต่อลมหายใจของป่าชายเลนอีกด้วย หากมีโอกาสมาเที่ยวชมป่าชายเลน เพียงไม่ทิ้งขยะที่นำมาจากภายนอกในป่า และช่วยเก็บขยะที่พบเห็นติดมือกลับออกไปสักหนึ่งชิ้นก็เรียกว่าได้ช่วยรักษาป่าชายเลน และบรรดาสัตว์น้ำในป่าแล้ว

###

เกี่ยวกับ ‘ดาว’

Dow (ดาว) เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกซึ่งพัฒนาและผลิตวัสดุชนิดต่างๆ ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นบริษัทแมททีเรียลส์ ไซแอนซ์ (Materials science) อันดับหนึ่งของโลกในด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน ด้วยการทำงานที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และให้การยอมรับบุคคลากรที่มีความหลากหลาย Dow มีเป้าหมายที่จะสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับโลกด้วยความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ของเรา และการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ทั่วโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์และโซลูชันทางวิทยาศาสตร์ของ ดาว ได้แก่ พลาสติกชนิดต่างๆ เคมีภัณฑ์เพื่ออุตสาหกรรม สารเคลือบผิว และซิลิโคน ซึ่งเน้นสร้างความแตกต่างเพื่อตอบโจทย์ในตลาดที่มีการเติบโตสูง เช่น บรรจุภัณฑ์ การก่อสร้าง ยานยนต์และการขนส่ง และการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจุบัน Dow มีฐานการผลิต 106 แห่งใน 31 ประเทศ และมีพนักงานประมาณ 35,700 คน โดยมียอดขายในปี 2563 ประมาณ 39,000 ล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ในปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ประกอบด้วยบริษัทที่ Dow เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว และ กลุ่มบริษัทร่วมทุน SCG – Dow  โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Dow ได้ที่ http://www.dow.com หรือ ติดตามเฟซบุ๊ก http://www.facebook.com/DowThailandGroup/