ธรรมนัส-นฤมล”นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ลุยพื้นที่จ.น่าน รับฟังเสียงกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผลักดันนโยบายเข้าถึงปชช.ยกระดับเมืองน่าอยู่


“ร้อยเอกธรรมนัส” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ควง “นฤมล” เหรัญญิกพรรคฯ พร้อมด้วยทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดน่านทั้ง 3 เขต รับฟังปัญหาการพัฒนาพื้นที่ และเป้าหมายการพัฒนาเมืองน่านสู่ อนาคต เพื่อนำมาปรับนโยบายในการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองน่านได้อย่างตรงจุดและเป็นเมืองที่น่าอยู่ ด้วยพลังความมุ่งมั่นสามัคคีของ ส.ส.ในพื้นที่กับพรรคพลังประชารัฐ

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2564 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิก พรรคพลังประชารัฐ ,นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ นายทะเบียนพรรคฯ นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.จังหวัดพะเยา เขต 3,นายปัญญา จีนาคำ ส.ส.จังหวัดแม่ฮ่องสอน เขต 1 นำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดน่าน คือ นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 1,นายพิชิต โมกข์ศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2, และนายฉัตรชัย จิตตรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ลงพื้นที่จังหวัดน่าน พบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กว่า 100 คน ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนที่สามารถสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานที่พรรคพลังประชารัฐได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เข้าใจคนในพื้นที่ให้มากที่สุด ทำให้วันนี้พรรค สามารถเข้าไปช่วยเหลือผ่านกลไกในหน่วยงานภาครัฐในฐานะแกนนำของรัฐบาลจนประสบผลสำเร็จในการขับเคลื่อนนโยบายที่เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด

ร้อยเอกธรรมนัส มองว่าผู้นำชุมชนคือจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ เพราะเป็นผู้ที่สะท้อนปัญหาที่จะทำให้เข้าถึงและเข้าใจความเดือดร้อนในชุมชนได้ดีที่สุด อย่างในวันนี้ทำให้ทราบว่าปัญหาหลักคือเรื่องที่ดินทำกินในเขตป่าสงวน ,ปัญหาการใช้น้ำและพื้นที่กักเก็บน้ำ รวมทั้งปัญหาเตาเผาขยะของหมู่บ้านสะปัน ที่พรรคพลังประชารัฐเชื่อว่าเป็นเรื่องที่สามารถขับเคลื่อนได้ด้วยทีม ส.ส.ในพื้นที่ที่มีการทำงานด้วยความตั้งใจ สอดคล้องกับการทำงานเป็นทีมร่วมกับทางพรรคฯ ที่จะทำให้เห็นการพัฒนาเปลี่ยนแปลงเมืองน่านให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ในไม่ช้า

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ทุกคนในพรรคพลังประชารัฐ มีความต้องการที่จะร่วมขับเคลื่อนพัฒนาเมืองน่านไปพร้อมกันกับประชาชนในพื้นที่ ด้วยการผลักดันนโยบายที่เป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ในกลุ่มที่หลากหลาย ตรงความต้องการ ทั้งในเรื่องของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้สิทธิแต่ละกลุ่มมีความเท่าเทียมและสอดคล้องกับสภาพของแต่ละกลุ่ม โดยไม่เลือกปฎิบัติ

สำหรับวิสัยทัศน์ของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 3 เขต ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันที่ต้องการให้เมืองน่านเป็นเมืองที่พัฒนาและก้าวหน้าในอนาคต บนพื้นฐานของความเท่าเทียมกัน โดยนายสักก์สีห์ ว่าที่ผู้สมัครเขต 1 มีเป้าหมาย รวมพลังเดินหน้า พัฒนาน่าน และเน้นการเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของพลังคนรุ่นใหม่ ขณะที่นายพิชิต ว่าที่ผู้สมัครเขต 2 มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน และนายฉัตรชัย ว่าที่ผู้สมัครเขต 3 เป้าหมายที่เมืองน่านต้องเปลี่ยนเพื่อการพัฒนา