รพ.พระรามเก้า จับมือ โรงแรม วี กรุงเทพ เปิด “Hospitel” ดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว พร้อมแยกพื้นที่ ward กลุ่มสีเหลือง 80 ห้อง และกลุ่มสีแดง ICU อีก 20 ห้อง

โรงพยาบาลพระรามเก้า ร่วมกับ โรงแรม วี กรุงเทพ (VIE HOTEL BANGKOK) เปิดบริการ Hospitel ห้องพักเฉพาะกิจ รองรับการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่ติดเชื้อแต่ยังหาเตียงไม่ได้ และอาการไม่รุนแรง หรือกลุ่มสีเขียว ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลพระรามเก้า ครบครันด้วยทีมบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทั้งนี้ยังได้เพิ่มห้องกลุ่มผู้ป่วยสีเหลือง โดยแยกพื้นที่ ward เฉพาะดูผู้ป่วยกลุ่มนี้ ไว้ 80 ห้อง และเสริมกลุ่มผู้ป่วยสีแดง ICU รองรับผู้ป่วยได้อีก 20 ห้อง โดยผู้ที่มีประกันสุขภาพ สามารถเคลมประกันได้ทุกกรณี

นายแพทย์น๊อต เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า

นายแพทย์น๊อต เตชะวัฒนวรรณา ผู้ช่วยผู้อำนวยการ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวนผู้ป่วยในสถานพยาบาลยังมีจำนวนมาก จนทำให้ห้องพักรักษาตัวสำหรับผู้ป่วยโควิดไม่เพียงพอ โรงพยาบาลพระรามเก้าเล็งเห็นถึงความสำคัญในการดูแลรักษาผู้ป่วย จึงได้ร่วมกับ วี โฮเต็ล กรุงเทพ ร่วมกันเปิด ‘Hospitel’ หรือห้องพักเฉพาะกิจในโรงแรม ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลฯ โดย โรงแรม วี กรุงเทพ ได้ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเปิดบริการเป็น Hospitel ซึ่งมีความพร้อม ทั้งทีมบุคลากรทางการแพทย์, อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งผู้ป่วยในกลุ่มอาการไม่รุนแรงหรือกลุ่มสีเขียว (Asymptomatic to Mild cases) จะสามารถเข้าพักรักษาที่โรงแรมได้ทันที หลังจากที่ได้ประเมินโดยแพทย์ประจำโรงพยาบาลแล้ว”

ความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยที่ Hospitel ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์ประเมินจากแพทย์จะได้รับรักษาอาการที่ Hospitel โดยในระหว่างรักษาจะมีทีมแพทย์ตรวจประเมินอาการ พร้อมให้คำแนะนำการรักษาผ่านระบบ Telemedicine ผู้ป่วยจะได้รับบริการอาหาร และยา จนกระทั่งหายเป็นปกติ

นอกจากนี้ รพ.ยังจัดรถเอกซเรย์ เพื่อไปทำการเอกซเรย์ ให้ผู้ป่วยในการตรวจประเมินปอด โดยรอบการให้บริการ จะเป็น วันจันทร์ วันพุธ และพฤหัสบดี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย รวมทั้งภายใน Hospitel ยังมีการสำรอง ถังออกซิเจน และรถพยาบาลเพื่อเตรียมความพร้อมหากกรณีต้องมาโรงพยาบาล

นายแพทย์น๊อต กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ป่วยที่เข้ารักษาการรักษาที่ Hospitel จะเป็นกลุ่มอาการไม่รุนแรง หรือกลุ่มสีเขียว ซึ่งรับการประเมินจากแพทย์แล้ว โดยรายละเอียดการเข้ารับการรักษา จะมีการสอบถามข้อมูล ประวัติ จากนั้นจะมีการประสานงานเพื่อไปรับ เพื่อเข้ารักษาตามเกณฑ์ประเมิน ซึ่งหากระหว่างการพักรักษาตัว ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น สามารถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเข้ารักษาที่รพ.ได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ ทางรพ.ยังมีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย ใน “กลุ่มสีเหลือง” โดยได้จัดพื้นที่ ward เฉพาะกิจสำหรับผู้ป่วยกลุ่มนี้ถึง 80 ห้อง และผู้ป่วยอาการหนัก หรือ “กลุ่มผู้ป่วยสีแดง” ICU รองรับผู้ป่วยได้อีก 20 ห้อง

มร. นิโคลัส เพธ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม วี กรุงเทพ

มร. นิโคลัส เพธ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม วี กรุงเทพ กล่าวว่า การร่วมมือกับทางโรงพยาบาลพระรามเก้าในครั้งนี้ ทางโรงแรมมีความพร้อมในการให้บริการห้อง 5 รูปแบบ คือ ห้อง DELUXE KING และห้อง DELUXE TWIN พื้นที่ 38-41 ตารางเมตร มีบริการไวไฟฟรี ในห้องพัก พร้อม TV จอขนาดใหญ่และชุดอำนวยความสะดวกครบครัน ในราคา 8,100 บาท/คืน/ท่าน (ลด 20% สำหรับผู้พักร่วมคนที่ 2 เฉพาะค่าห้อง)

ห้อง DELUXE SUITE พื้นที่ 76-81 ตารางเมตร พร้อมห้องนั่งเล่นกว้างขวาง และห้อง EXECUTIVE SUITE พื้นที่ 81 ตารางเมตร เป็นห้องมุม วิวดี พร้อมห้องนั่งเล่นกว้างขวาง มีบริการไวไฟฟรี ในห้องพัก พร้อม TV จอขนาดใหญ่และชุดอำนวยความสะดวกครบครัน ในราคา 10,000 บาท/คืน/ท่าน (ลด 20% สำหรับผู้พักร่วมคนที่ 2 เฉพาะค่าห้อง)

และ ห้อง GRAND DUPLEX SUITE แบ่งเป็นพื้นที่ 125 ตารางเมตร ห้องขนาดใหญ่ 2 ชั้นพร้อมห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ และห้องมุมขนาดใหญ่ 2 ชั้น พื้นที่ 145 ตารางเมตร วิวสวย พร้อมห้องนั่งเล่น และห้องรับประทานอาหารขนาดใหญ่ในราคา 15,200 บาท/คืน/ท่าน (ลด 20% สำหรับผู้พักร่วมคนที่ 2 เฉพาะค่าห้อง)

โดยราคาดังกล่าว เป็นแพ็คเกจรวมค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการพยาบาลเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์ ค่า XRAY ค่า LAB ค่ายา ค่ารถรับส่ง และค่าตรวจหรือค่ารักษาอื่นๆ ผู้ที่มีประกันสุขภาพ สามารถเคลมประกันได้

นายแพทย์น๊อต กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับขั้นตอนการเข้ารับบริการ เมื่อสอบถามข้อมูลผู้ป่วย และได้ผลตรวจโควิดเรียบร้อยแล้ว จะมีการประสานแพทย์เพื่อพูดคุยกับผู้ป่วยทางโทรศัพท์ และประเมินอาการเพื่อยืนยันว่าสามารถเข้ารักษาที่ Hospitel ได้ ซึ่งหลังจากการประเมิน เมื่อเข้าพักรักษา แพทย์จะTelemedicine กับผู้ป่วยเพื่อพูดคุยถึงขั้นตอนการรักษา โดยผู้ป่วยจะได้รับการ X-RAY เจาะเลือด รับยา ติดตามผลจากแพทย์ เปรียบเสมือนอยู่ในรพ. รวมทั้งภายใน Hospitel จะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลคอยบริการ และมอนิเตอร์ผู้ป่วยตลอดเวลา

นอกจากนี้ สำหรับผู้ป่วยที่หายแล้ว รพ.ยังมีการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ในผู้ป่วยกลุ่มที่มีปอดอักเสบ และส่งต่อผู้ป่วยไปยังแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อดูแลต่อ ทั้งในเรื่องของปอด หัวใจ สมอง รวมไปถึงจิตใจ รพ.จะมีจิตแพทย์ดูแลความเครียด เนื่องจากผู้ป่วยอาจมีอาการซึมเศร้า วิตกกังวล และอารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้ รวมไปถึงการดูแลในส่วนของความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งเรามีสถาบันรักษาความปวด และสร้างเสริมความเข้มแข็ง หรือ FIX&FIT ที่พร้อมดูแลเสริมสร้างร่างกาย อีกด้วย
“หากพบว่ามีการผิดปกติ เช่น มีการไข้ ไอเจ็บคอ มีน้ำมูก กลิ่นไม่ได้รับรส จมูกไม่ได้กลิ่น ท้องเสีย หรือไปในพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสใกล้ชิด สามารถตรวจหาเชื้อโควิดกับรพ.ได้ หรือหากใครผล ATK เป็นบวก สามารถมารับการตรวจ RT-PCR กับโรงพยาบาลพระรามเก้าได้ เพื่อเข้ารับการรักษา หรือสามารถติดต่อสอบถามเพื่อเข้ารักษาตัวที่ Hospitel ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8:00-17:00 น. เบอร์โทร 02-202-9889 หรือ ผ่าน line official account : @PR9Hospitel” นายแพทย์น๊อต กล่าวสรุปในตอนท้าย