Thisshop ได้ LexinFintech เสริมทุนกว่า 100 ล้าน รับตลาด E-Commerce โตต่อเนื่อง

Thisshop ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม E-Commerce แบบผ่อนชำระได้แห่งแรกในประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจาก บริษัท LexinFintech ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการบริโภคและการเงินออนไลน์ชั้นนำสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ของจีน และบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการระดมทุนมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท พร้อมด้วยการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมกันให้บริการที่มีความสะดวกและปลอดภัยแก่ผู้บริโภคในไทย

ซิว โท แจ่ (Siu To Tse) ประธานกรรมการบริหารของ Thisshop

Thisshop จะใช้เงินทุนดังกล่าวในการเพิ่มจำนวนกลุ่มสินค้าและปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญของบริษัท LexinFintech ที่ได้ให้บริการแก่ผู้บริโภค Gen-Z ในจีนกว่า 100 ล้านคน ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา

“LexinFintech มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินงานด้าน E-Commerce และการบริหารความเสี่ยงด้วยเทคโนโลยีชั้นนำ และจะมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้ Thisshop ขยายตลาดไปในแนวทางที่เหมาะสมกับประเทศไทย รวมทั้งช่วยให้เราสามารถพัฒนาศักยภาพทางการตลาดในประเทศไทยได้อย่างมหาศาล” ซิว โท แจ่ (Siu To Tse) ประธานกรรมการบริหารของ Thisshop กล่าว

เซี่ยว เหวิน เจี๋ย (Jay Xiao) ประธานกรรมการบริหารของ LexinFintech

ด้าน เซี่ยว เหวิน เจี๋ย (Jay Xiao) ประธานกรรมการบริหารของ LexinFintech กล่าวว่า “ในฐานะส่วนสำคัญของแผนกลยุทธ์ระดับโลก LexinFintech จะใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีทางการเงินเพื่อส่งเสริมการเติบโตของพันธมิตรระหว่างประเทศอย่าง Thisshop โดยเป้าหมายสำคัญของการร่วมมือกันในครั้งนี้ คือการสร้างสรรค์การบริโภครูปแบบใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย”

Thisshop ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 เพื่อเพิ่มประสบการณ์การ ซื้อสินค้ารูปแบบใหม่ แก่ผู้บริโภควัยรุ่นในไทย โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม ไปจนถึงสินค้าดิจิทัลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce แบบผ่อนชำระแทนการจ่ายเงินเต็มจำนวน โดยนวัตกรรมการชำระเงินในรูปแบบนี้ ได้ช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการใช้จ่าย และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา Thisshop เติบโตอย่างมากทั้งในด้านยอดขายและจำนวนผู้ใช้งานในอัตราที่สูงกว่าตลาด โดยในปี 2563 Thisshop มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนแล้วเกือบ 3 ล้านคน และร้านค้ากว่า 800 ร้าน รวมทั้งมีการนำเสนอสินค้าหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นสินค้าดิจิทัล สุขภาพและความงาม ตลอดจนถึงเครื่องแต่งกาย

ขณะที่ข้อมูลของ Statista ระบุว่ารายได้จาก E-Commerce ในไทยในปี 2564 คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เช่นเดียวกับอัตราการเติบโตต่อปีโดยประมาณ (CAGR 2564-2568) ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 8.47% ซึ่งจะส่งผลให้ขนาดของตลาดเพิ่มสูงถึง 1.23 หมื่นล้านดอลล่าสหรัฐฯ ในปี 2568 และในส่วนของผู้ใช้งาน E-Commerce ของไทยนั้น คาดว่าจะเพิ่มสูงถึงระดับ 43.5 ล้านคน ในปี 2568 หรือคิดเป็น 61.8% ของประชากรไทย