สแกนเนีย สยาม พัฒนา เร่งฟื้นตลาดรถบรรทุก – รถบัส ปี 2021

Scania Product family Scania Citywide LE Hybrid Scania 13 Litre Industrial Engine Scania R 500 4×2, Highline with box semitrailer Scania R 580 XT V8 6×4 tipper

สแกนเนีย สยาม ผู้ผลิตรถบรรทุกและรถบัสสำหรับงานหนักระดับพรีเมียมวางเป้าหมายปี 2564 เป็นปีแห่งการฟื้นตัวและพัฒนาศักยภาพ ช่วยผู้ประกอบการในประเทศไทยต่อสู้สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างเข้มแข็งยิ่งขึ้น

           นางสตีน่า เฟเกอร์แมน กรรมการผู้จัดการบริษัทสแกนเนีย สยาม จำกัด เปิดเผยว่า สแกนเนียยังคงวางแผนลงทุนในการเพิ่มศักยภาพทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และงานบริการอย่างต่อเนื่อง  สำหรับประเทศไทยในปี 2564 จะเป็นปีแห่งการพัฒนาเพื่อช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวได้เร็วที่สุดจากสถานการณ์ยากลำบากหลังจากการระบาดของโควิด -19 อย่างไรก็ตาม ในปี 2563 ที่ผ่านมา สแกนเนียมีส่วนแบ่งการตลาดประเภทรถบรรทุกในประเทศไทยประมาณร้อยละ 2.5 และส่วนแบ่งตลาดรถบัสโดยสารในประเทศไทยถึงประมาณร้อยละ 20 ซึ่งตัวเลขทั้งสองตลาดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโดยมียอดขายรถบรรทุกสแกนเนียที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบก  297  คัน และรถบัส 96 คัน   ทำให้เห็นว่าสแกนเนียได้ทำตลาดให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยสแกนเนียเน้นตอบโจทย์การขนส่งทุกรูปแบบให้กับลูกค้ารถบรรทุก และยังรักษาความเป็นพันธมิตรธุรกิจเคียงข้างลูกค้ารถโดยสาร เพื่อที่จะรักษายอดขายและได้ขยายส่วนแบ่งการตลาดและเป็นแบรนด์อันดับ 1 ของยอดขายในประเทศไทยต่อไปอย่างต่อเนื่อง

Scania Workshop Services.

           นางสตีน่ากล่าวว่า สำหรับงานด้านบริการ สแกนเนียพร้อมกับการเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ที่จังหวัดสระบุรีที่จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้  ซึ่งศูนย์บริการแห่งนี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีลูกค้านิยมใช้บริการเป็นจำนวนมากซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 100 กิโลเมตรเท่านั้น ด้วยสระบุรีเป็นเหมือนประตูสู่ภาคอีสาน และธุรกิจขนส่งของลูกค้าเรามากมายผ่านเส้นทางนี้ ดังนั้นเราจึงตัดสินใจที่จะลงทุนเพิ่ม โดยสแกนเนียเป็นผู้บริหารจัดการด้วยตัวเราเอง (Captive Dealer) เพื่อมอบบริการที่ดีขึ้นให้กับกลุ่มลูกค้าที่ใช้บริการอยู่ปัจจุบัน และเรายังมองศูนย์ฯ สระบุรีใหม่นี้ให้สามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้อีกด้วย” นอกจากนั้น สแกนเนียยังมองการขยายให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล กับโครงสร้างพื้นฐานมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา คาดการณ์ว่าหลังวิกฤตโควิด จะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

            “การระบาดของโรคไวรัสโคโรน่าได้ส่งกระทบกับทุกคนในทุกอุตสาหกรรมอย่างหนัก แม้แต่สแกนเนียสยามก็ไม่มีข้อยกเว้นโดยบริษัทฯได้หยุดดำเนินการผลิตที่โรงงานประกอบรถบรรทุกในเขตชานเมืองฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้วและปรับกลยุทธ์ใหม่และเริ่มนำเข้ารถบรรทุก ส่งตรงจากระบบการผลิตในสวีเดน ก่อนที่จะนำเข้ามาในประเทศไทย ด้วยระบบการผลิตทั่วโลกของสแกนเนีย ทำให้มั่นใจได้ว่ารถของเราจะมีคุณภาพเหมือนกัน ไม่ว่าเราจะสร้างมาจากที่ไหนก็ตาม”นางสตีน่ากล่าวและว่าที่สำคัญที่สุดคือรถที่ผลิตในสวีเดน จะมีราคาจำหน่ายเทียบเท่ากับการผลิตในประเทศไทย ไม่กระทบต่อการให้บริการลูกค้าแต่อย่างใด

            ทั้งนี้สแกนเนีย สยามก่อตั้งในปี 1986 และครบรอบ 35 ปีในการทำตลาดในประเทศไทยในปีนี้ สแกนเนียสยามยังคงวางแผนที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีความมุ่งมั่นในระยะยาวต่อตลาดในประเทศไทย พร้อมมุ่งมั่นพัฒนางานบริการให้ดีขึ้น ให้รถลูกค้าพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มผลกำไรธุรกิจขนส่ง ขับเคลื่อนสู่ระบบขนส่งที่ยั่งยืน “เพราะธุรกิจคุณ สำคัญที่สุด”

             นางสตีน่า กล่าวต่อว่า ลูกค้าของสแกนเนีย ทุกรายจะได้รับข้อเสนอสเปครถ และงานบริการหลังการขายที่เหมาะกับธุรกิจของลูกค้า ทำให้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาค่าซ่อมที่ไม่คาดคิด และให้รถของลูกค้ารับงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งสแกนเนียยังได้ปรับงานบริการให้โดนใจลูกค้ามากขึ้นโดยการขยายเวลาเปิดศูนย์บริการถึง 22.00 น. (4 ทุ่ม) เพื่อรองรับการใช้บริการหลังเวลาปกติ (จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.30 – 17.00 น.)โดยเริ่มต้นจากที่ศูนย์บริการสาขาบางนา กม.19 (สำนักงานใหญ่) เป็นแห่งแรก ทำให้ผู้ประกอบการมีโอกาสทางธุรกิจ และทางเลือกที่มากขึ้น  นอกจากนี้ สแกนเนียยังมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ที่พร้อมให้คำปรึกษา หรือออกให้บริการซ่อมนอกสถานที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน

Scania R 410 Highline 4×2 LNG with semitrailer

          ในปี 2564 สแกนเนียสยาม ยังคงทำงานร่วมกับลูกค้าในการร่วมเปลี่ยนแปลงสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืนการขนส่งที่ยั่งยืน (Driving the shift towards a Sustainable transport system) เช่น การฝึกสอนนักขับรถบรรทุกและรถบัส เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และมุ่งมั่นสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน  รวมถึงพยายามผลักดันเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม  โดยสแกนเนียมีความรู้ และความพร้อมเกี่ยวกับระบบการขนส่งที่ยั่งยืนหลากหลายรูปแบบ บนพื้นฐาน หลัก 3 ประการ ได้แก่ 1.การใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ 2.ระบบขนส่งอัจฉริยะและปลอดภัย 3.รถพลังงานทางเลือกและพลังงานไฟฟ้า

           “เราต้องการที่จะมั่นใจว่า ลูกค้าเข้าใจในเรื่องการใช้สแกนเนียแล้วสามารถลดมลพิษได้อย่างไร แน่นอนว่าการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ ความประหยัดน้ำมันของรถสแกนเนียคือหนึ่งในสิ่งที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ตั้งแต่ตอนนี้ นอกจากนี้ สแกนเนียยังพร้อมที่จะเปลี่ยนสู่พลังงานเชื้อเพลิงทางเลือกในรูปแบบต่างๆ ถ้าหากมีความต้องการจากตลาดประเทศไทยในอนาคต ซึ่งเราภูมิใจที่จะบอกว่ามันจะช่วยให้ลูกค้าได้กำไรไปพร้อมกับความยั่งยืน” นางสตีน่า กล่าว

………………………………………………………………………………………………………………

Scania เป็นผู้ให้บริการชั้นนำระดับโลกด้านโซลูชั่นการขนส่ง ร่วมกับพันธมิตรและลูกค้าผลักดันการเปลี่ยนไปสู่ระบบการขนส่งที่ยั่งยืน Scania ก่อตั้งขึ้นในปีพ. ศ. 2434 มีสำนักงานในกว่า 100 ประเทศและมีพนักงาน 49,300 คน มีการวิจัยและพัฒนาในสวีเดน โดยมีสาขาในบราซิลและอินเดีย การผลิตจะเกิดขึ้นในยุโรปละตินอเมริกาและเอเชีย พร้อมศูนย์การผลิตระดับภูมิภาคในแอฟริกาเอเชียและยูเรเซีย Scania เป็นส่วนหนึ่งของ TRATON SE  สำหรับการเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติม: www.scania.com

เกี่ยวกับ Scania ในประเทศไทยในประเทศไทย  Scania  เริ่มต้นด้วยการนำเข้ารถบรรทุกเพื่อจัดหน่าย โดยบริษัท โฟฟร้อนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี พ. ศ. 2529 และในปี 2543 บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด ก่อตั้งขึ้นเป็นบริษัท ในเครือของ Scania ประเทศสวีเดน ในปี 2552 ได้ลงทุนในสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 16 ไร่ ดำเนินงานเป็นสำนักงานขายและศูนย์บริการหลังการขายที่ครบวงจร ขณะนี้เรามี 11 สาขาในประเทศไทย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่: www.scania.co.th

   Press Release

Scania Siam calls 2021 as a year of improvement and recovery for Thai transport

Scania Siam, a premium bus and truck provider, sets 2021 to be the year of recovery and improvement in order to be a strong supporter for Thai customers during COVID-19.

Stina Fagerman, the managing director of Scania Siam, reveals that Scania will keep improving their products and services as a long term commitment. In 2021, Scania has been operating in Thailand for 35 years and during this pandemic situation, Scania has ambition to support Thai customers to drive their business.

“In Thailand, it is going to be a year of recovery for us. It is a tough year ahead following the second wave of COVID-19 pandemic,” says Stina Fagerman, managing director of Scania Siam. “Scania has around 2.5 percent truck market share in Thailand, we are proud to say that we increased our market share during this crisis. We have also managed to reach 20 percent bus market share in Thailand, which is all time high market share for the bus sector. The increasing market share in both markets, with 297 trucks and 96 buses being registered, reflects that Scania has a bigger demand in the market and we can reach more customer groups by our best products and services. Scania focuses on all transport solutions for our customers. We will maintain the position of No.1 European truck and bus in Thailand.”

Stina adds, “Scania is more than ready for the opening of a new service centre in Saraburi in the second quarter of this year, located around 100 kilometers from Bangkok. The new service centre is in a strategic area popular among our customers. Saraburi is the gateway to the northeast of Thailand and many of our customer operate on this route.  That’s why we decided to invest more in this centre, to provide better service to our current customers. Scania owns and manages this workshop, so the customers will get the full quality of Scania’s resources and services. We hope this new workshop can support our growth in the future”. Scania’s expansion will go in line with the government’s masterplan of Intercity Motorway Bang Pa-in – Nakhon Ratchasima. We hope that after the COVID crisis, everything will grow continuously.

The pandemic has hit everyone in the industry pretty hard, and Scania is no exception. Among other actions Scania reviewed its global production footprint and decided to halt its operation of an assembly plant in Bangkok’s eastern suburb last year. Scania Siam has therefore started to import vehicles from Sweden and other assembly lines in Europe.

“From this year, Scania vehicles will come right from the European production system to Thailand. Thanks to the Scania global production system, I can assure our vehicles will have the same quality. No matter where we make them,” adds Stina. “Most importantly, the European-made vehicle is available with the same price tag to those made in Thailand.”

“For the only business that matters. Yours. 

Scania Siam celebrates its 35th Anniversary this year. With a long-term commitment to the Thai market, Scania Siam plans to expand continuously. Scania Siam strives to develop efficiency-enhancing services to improve the transport flow efficiencies, increase the customer’s profitability, and drive the shift towards a sustainable transport system.

We want to make sure our customers can make as much money as possible, says Stina.

During a tough time with a pandemic, Scania provides a customized solution that fits the customer’s needs such as contracted services, flexible maintenance, and mobile assistance service Scania mobile assistance is working 24/7 for any emergency cases.

Scania also extends the service centre’s working hour to suit its customer’s needs at Bangna Km.19 workshop (Head Office) as the first branch to extend its service hour from 8.30 am to 10.00 pm, five hours more than the regular service hours.

Besides making a premium commercial vehicle, Scania has committed to drive the shift towards a more sustainable transport system creating a better environment and society. The company recently set ambitious, science-based emissions reduction targets to limit global warming at 1.5°C.

In 2021, Scania Siam will continue to work with the customers on sustainability solution such as driver coaching to minimize fuel consumption, lower carbon footprint, and commit to road safety. Scania’s sustainable transport approach is based on three pillars: Energy efficiency, Renewable fuels and electrification and Smart and safe transport.

“We are going to make sure that the customers know that they can use Scania products to cut down on carbon emissions. One way to reduce the carbon footprint here and now is fuel-efficiency in the operation. Scania is ready to make the shift to alternative fuels now or electric vehicles in the future when the market need is there and it is profitable for customers to make the change. Sustainability and Profitability go hand in hand” Stina said.

                                                                              ####