ฟิลิปส์เผยเทรนด์เทคโนโลยีทางการแพทย์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 พร้อมทิศทางธุรกิจเครื่องมือแพทย์ของปี 2563

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – การเกิดขึ้นของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปีที่ผ่านมาได้สร้างความตื่นตัวของภาคประชาชนให้ลุกขึ้นมาสนใจและดูแลสุขภาพมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างความท้าทายให้กับวงการแพทย์ในการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้แบบวันต่อวัน ปัจจุบันสถานการณ์ในประเทศไทยได้คลี่คลายลงด้วยความร่วมมือร่วมใจของภาคประชาชนการด้วยความมุ่งมั่นทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพจึงพร้อมเผยทิศทางการดำเนินงานของธุรกิจเครื่องมือแพทย์ในช่วงที่ผ่านมา

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด

นายวิโรจน์ วิทยาเวโรจน์ ประธานและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ช่วงการระบาดของโควิด-19 วงการแพทย์ได้เกิดภาวะขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์บางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากกำลังผลิตต่ำลง เช่น เครื่องช่วยหายใจ มอนิเตอร์ติดตามสัญญาณชีพผู้ป่วย โดยฟิลิปส์เพิ่มกำลังการผลิต เครื่องช่วยหายใจเป็น 4 เท่า และโรงงานเพิ่มระยะเวลาการทำงาน 24/7 ชั่วโมง ซึ่งภาวะนี้ส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนเกิดความตื่นตัวและร่วมกันหาโซลูชั่นในการรับมือ โดยเทรนด์ทางการแพทย์หลังการระบาดของโควิด-19 ได้เร่งให้เกิดการผลักดันสู่ยุค Smart Health เร็วขึ้น เพื่อให้แพทย์และคนไข้เว้นระยะห่างกันมากขึ้น ซึ่งฟิลิปส์เองก็มีนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เกี่ยวข้องกับ Telemedicine มากกว่า โดยเฉพาะด้าน Tele-ICU

ในส่วนของภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์และสุขภาพมียอดขายถึง 200,000 ล้านบาท คาดการณ์ว่าภาพรวมธุรกิจเครื่องมือแพทย์ปี 2563 จะเติบโต -7% เนื่องมาจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ของหลายธุรกิจทั่วโลก ประมาณการว่าแนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์จะฟื้นตัวได้ในปี 2564-2565 น่าจะเติบโตที่ 4-6%

“สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนให้ธุรกิจเครื่องมือแพทย์มีโอกาสเติบโตประกอบด้วย 3 ปัจจัยคือ 1. หากยังมีการระบาดของโควิด-19 ความต้องการเครื่องมือแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด-19 จะเพิ่มขึ้น โดยกลุ่มเครื่องช่วยหายใจ เครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพ และ Telemedicine ก็จะมีความต้องการมากขึ้น 2. จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และ 3.อัตราการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง และเบาหวาน เพิ่มสูงขึ้น แต่ในส่วนของปัจจัยที่อาจส่งผลให้ธุรกิจเครื่องมือแพทย์เกิดการชะลอตัวคือ 1. หากการระบาดของโควิด-19 ยังคงรุนแรง จะส่งผลให้เกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอย จากมาตรการล็อกดาวน์ และงดการบิน การท่องเที่ยวภายในประเทศ 2. เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้ป่วยมีกำลังซื้อน้อยลง และไปโรงพยาบาลน้อยลง ทำให้การลงทุนของโรงพยาบาลเอกชนชะลอตัว ซึ่งในปี 2564 มีแค่บางโรงพยาบาลเท่านั้นที่เริ่มกลับมามีกำลังซื้อ รวมถึง 3. หากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาระบาดระลอกสอง อาจส่งผลให้นโยบาย Medical Hub ของไทยต้องชะลอออกไป เนื่องจากอาจมีมาตรการจำกัดจำนวนชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทย” นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติม

ในส่วนของนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ล่าสุดของฟิลิปส์ในปีนี้มีดังนี้

  1. Ingenia MRI Elition 3.0Tesla/ Ambition1.5Tesla – มาพร้อมเทคโนโลยี Compress Sense ช่วยให้สแกนได้เร็วขึ้น และเทคโนโลยี Comfor Tone ช่วยลดเสียงรบกวนขณะสแกน ทำให้ลดความกังวลให้ผู้ป่วยที่ต้องเข้าตรวจ MRI ในขณะที่รุ่น Ambition ยังเป็น MRI เครื่องแรกของโลกที่ลดการใช้ก๊าซฮีเลียมจาก 1500ลิตร เหลือเพียง 7ลิตร
  2. Azurion5 – เครื่องสวนหลอดเลือดหัวใจรุ่นล่าสุด ที่มาพร้อม Smart Solution ให้ภาพคมชัดแบบ 3มิติ จึงช่วยให้แพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แผลผ่าตัดเล็กลง ฟื้นตัวเร็วขึ้น
  3. Intrepid defibrillator – เครื่องกระตุกหัวใจที่โดดเด่นด้วยขนาดเล็ก น้ำหนักเบา แต่ประสิทธิภาพสูง พร้อมทั้งส่งข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยชีวิตผู้ป่วย และเตรียมความพร้อมในการรักษาเมื่อถึงโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที
  4. EPIQ CVx – เครื่องตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจขั้นสูงรุ่นล่าสุด ที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้น ภาพคมชัดขึ้น และสแกนได้รวดเร็วขึ้น ในขณะที่ให้ผลอย่างแม่นยำ เห็นภาพเส้นเลือดได้อย่างชัดเจนในแบบ  3มิติ
  5. EPIQ Elite – เครื่องอัลตร้าซาวด์ด้านสูตินรีเวช ที่ให้ภาพสุดคมชัดแบบ 4มิติ มาพร้อมเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะให้การประมวลผลแม่นยำโดยไม่ต้องสแกนซ้ำ เพิ่มประสิทธิการทำงานและ workflow ให้บุคลากรทางการแพทย์ได้
  6. Tele-Radiology Solution – ระบบการส่งภาพตรวจทางรังสีวิทยาแบบทางไกล ทำให้สามารถประมวลผลได้ทุกที่ทุกเวลา ลดปัญหาความขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกล ใช้งานง่ายสามารถใช้กับแพลตฟอร์มหลากหลาย ทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
  7. Trilogy Evo – เครื่องช่วยหายใจเกรดโรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยสามารถนำกลับไปใช้ที่บ้านได้ หรือสามารถใช้ขณะขนย้ายผู้ป่วยจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ ช่วยให้การส่งต่อข้อมูลผู้ป่วยไม่สะดุด 

“ปัจจุบันสัดส่วนกลุ่มธุรกิจของฟิลิปส์แบ่งออกเป็น เครื่องมือแพทย์ 60% เครื่องใช้ไฟฟ้า 40%” โดยภาพรวมกลุ่มธุรกิจฟิลิปส์ ประเทศไทย ปีนี้มียอดขายเติบโตเท่ากับ 0% (ยอดขายเท่ากับปีที่ผ่านมา) เฉพาะธุรกิจเครื่องมือแพทย์ที่ถดถอยตามตลาด โดยเฉลี่ยสัดส่วนธุรกิจเครื่องมือแพทย์ในประเทศไทยระหว่างภาครัฐและเอกชน คือภาครัฐ 70% และเอกชน 30% สัดส่วนกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์ขนาดเล็กเป็น 30% (ประมาณ 1 ใน 3) ของกลุ่มสินค้าเครื่องมือแพทย์ทั้งหมดของฟิลิปส์ในประเทศไทย โดยเครื่องช่วยหายใจมียอดตัวเลขตลาดโตขึ้น 67% และเครื่องวัดสัญญาณชีพยอดของตลาดโต 7%  นายวิโรจน์กล่าวปิดท้าย

# # #