มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ชวนร่วมกิจกรรม “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” วิ่ง Virtual Run เพื่อการกุศล รณรงค์คนไทยใส่ใจสุขภาพ

มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย สานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand จัดกิจกรรม “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” วิ่งการกุศล ระดมทุนต่อยอดพัฒนางานวิจัย พร้อมยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการด้านการดูแลรักษา และเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการรักษาโรคมะเร็งปอด เข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน เพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วย พร้อมสร้างความตระหนักรู้ถึงภัยร้ายของมะเร็งปอด ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดทั่วโลก  และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตจากมะเร็งอันดับ 2 ในประเทศไทย

1573191062059 มะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ในฐานะที่เป็นหน่วยงานศูนย์กลางรวบรวมบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสาขามะเร็งวิทยา ยังคงมีความมุ่งมั่นเดินหน้ารณรงค์และให้ความสำคัญกับการส่งเสริม ดูแล และให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคมะเร็งแก่ประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรกับกระทรวงสาธารณสุข และบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้โครงการ Healthy Lung Thailand มุ่งเน้นการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดในพื้นที่เขตสุขภาพต่างๆทั่วประเทศไทย

1573190797691ในช่วงเสวนา ภายในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งจาก Lung Cancer Group มะเร็งวิทยาสมาคม ได้ร่วมให้ข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ โดยนพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยว่า มะเร็ง  คือ ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากที่สุดในโลก และเป็นโรคร้ายที่ได้ชื่อว่าคร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก และเป็นสาเหตุการตายสูงสุดอันดับ 1 ของคนไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังพบว่ามีแนวโน้มที่ค่อนข้างสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยในแต่ละปี     ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปอดสูงถึง 1.8 ล้านคน1  สำหรับประเทศไทย ในปี 2559 พบคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งปอดกว่าปีละ 13,414 คน2  โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดอันดับ 1 มาจากการสูบบุหรี่ รวมถึงการได้รับควันบุหรี่          (สูบบุหรี่มือสอง) และมลภาวะทางอากาศ หรืออาจเกิดจากพันธุกรรมบางชนิดที่ผิดปกติ อาการโดยทั่วไปที่พบในผู้ป่วยมะเร็งปอด ได้แก่ หายใจถี่และหายใจไม่ออก มีเสียงแหบ มีอาการเจ็บหน้าอก ไอมีเสมหะเป็นเลือด น้ำหนักลดไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนแรง เป็นต้น โดยการรักษาในปัจจุบันมีอยู่ 3 แนวทาง ที่ค่อนข้างจำกัด ได้แก่ การผ่าตัดในกรณีที่สามารถทำได้ จากนั้นจึงเป็นการรักษาต่อเนื่องด้วยรังสีรักษา หรือใช้ยาเคมีบำบัด หรืออาจเป็นการรักษาแบบผสมผสานมากกว่าหนึ่งวิธีขึ้นไปเพื่อหยุดการเจริญเติบโต และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ทั้งนี้การรักษาโรคมะเร็งด้วยยาเคมีบำบัดซึ่งเป็นรูปแบบยาฉีดเข้าหลอดเลือดนั้นอาจส่งผลข้างเคียงรุนแรงในผู้ป่วยบางราย ส่งผลให้ปัจจุบันมีการพัฒนาด้านการรักษามากขึ้น เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น”

1573190794420

ด้าน รศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งมีช่วงอายุที่น้อยลง อาจจะด้วยกรรมพันธุ์ หรือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป และมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โรคมะเร็งนี้หากเป็นแล้วไม่เพียงสร้างความเจ็บปวดให้กับตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังนำความทุกข์ทรมานใจมาสู่คนรอบข้างอีกด้วย ซึ่งถ้าหากเป็นแล้วตรวจพบแต่เนิ่นๆ และได้รับการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ ก็จะยังมีโอกาสที่จะสามารถรักษาให้หายได้ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้มีการพัฒนายา กลุ่มใหม่ๆ ใช้ได้ผลดีในมะเร็งกลุ่มที่เป็น Adenocarcinoma เพื่อให้สามารถออกฤทธิ์โดยพุ่งเป้าไปที่เซลล์มะเร็งโดยเฉพาะ หรือที่เรียกว่า “การรักษาแบบตรงจุด หรือแบบมุ่งเป้า (Targeted therapy)” โดยยาจะเข้าไปยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณระดับเซลล์ซึ่งเป็นสาเหตุของการเจริญเติบโตและแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งและให้ส่งผลต่อเซลล์ปกติน้อยที่สุด ผลข้างเคียงจึงรุนแรงน้อยกว่าการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ สิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันให้ทุกคนห่างไกลจากโรคมะเร็งปอด คือ การเลิกบุหรี่ หลีกเลี่ยงกลิ่นควันบุหรี่ ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ พร้อมรักษาสุขภาพใจให้ดี และให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้ง และหากมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์”

1573190796089 

นพ.ไนยรัฐ ประสงค์สุข แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็ง โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการในวันนี้ว่า “เนื่องจากเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปอด ทางมะเร็งวิทยาสมาคมจึงได้จัดกิจกรรม “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” วิ่ง Virtual Run เพื่อการกุศล เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ Healthy Lung Thailand ซึ่งจัดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนไทยใส่ใจสุขภาพ ตื่นตัวและตระหนักในการดูแล และใส่ใจตนเอง เพื่อป้องกันการเกิดโรคมะเร็งปอด รวมทั้งสร้างกระแสให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพิ่มการเคลื่อนไหว และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ภายในโครงการยังสอดแทรกการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจให้ประชาชนชาวไทยรู้เท่าทันโรคมะเร็งปอด และรายได้จากการวิ่งในครั้งนี้โดยไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปเข้าสมทบทุน เพื่อนำไปต่อยอดพัฒนางานวิจัย พร้อมยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ การจัดการด้านการดูแลรักษา และเทคโนโลยีความก้าวหน้าทางการแพทย์ในการรักษาโรคมะเร็งปอด ตลอดจนการเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยไทย”

 อนึ่ง “RUN FOR LUNG: The Guardians of The Lung” ในครั้งนี้เป็นการวิ่งแบบ Virtual Run เก็บสะสมระยะทาง โดยแบ่งระยะทางการวิ่งในครั้งนี้เป็น 3 ระยะ คือ 30 / 100 / 300 กิโลเมตร โดยเริ่มวิ่งในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 – วันที่ 31 มกราคม 2563 (เวลา 23.59 น.) เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 7 ธันวาคม 2562 ค่าสมัคร 349 บาท ทุกระยะวิ่ง        โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเสื้อวิ่ง และเหรียญรางวัล โดยสามารถสมัครผ่านช่องทาง @runforlung และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Runforlung:The Guardians of the Lung หรือ โทร. 062-7536644 (คุณกรกนก)

 

# # #

เกี่ยวกับ โครงการ Healthy Lung Thailand

โครงการ Healthy Lung Thailand เริ่มต้นในเดือนกรกฎาคม 2561 ด้วยความร่วมมือระหว่าง แอสตร้าเซนเนก้า ประเทศไทย และเขตสุขภาพที่ 1 กระทรวงสาธาณสุข สำนักอนามัย สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร ด้วยการสนับสนุนทางด้านวิชาการจากกรมการแพทย์

กระทรวงสาธารณสุข สมาคมโรคภูมิแพ้ โรคหืด และวิทยาภูมิคุ้มกันแห่งประเทศไทย สมาคมโรคระบบหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก และมะเร็งวิทยาสมาคมแห่งประเทศไทย ที่ให้ความร่วมมือในการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และโรคมะเร็งปอด ในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 1 ประกอบด้วยพื้นที่ 8 จังหวัดทางภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง และลำพูน ซึ่งผลจากการดำเนินการในปีที่ผ่านมา โครงการ Healthy Lung Thailand ได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคหอบหืด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมะเร็งปอดของบุคลากรทางการแพทย์ถึง 9,320 คนทั่วประเทศ จนก่อให้เกิดพัฒนาการด้านการรักษาและดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

เอกสารอ้างอิง

  1. WHO องค์การอนามัยโลก: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cancer
  2. กระทรวงสาธารณสุข: https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/02/131760/

 

 

โฆษณา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s