“ธรรมนัส” ร่วมคิกออฟ โครงการประชารัฐสร้างไทยพัฒนาล้านนาฯ จ.เชียงใหม่ – แจก ส.ป.ก. 4-01 ให้เกษตรกร อ.สันติสุข จ.น่าน

56657EC1-CCE2-439A-B753-4E8B4EA4D2E0.jpg

วันที่ 30 ตุลาคม 2562 ณ หอประชุมกาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายโครงการประชารัฐสร้างไทย พัฒนาล้านนา การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยมี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ,นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ,นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ ร.อ.ธรรมนัฐ พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมผู้แทนสถาบันการเงินของรัฐและภาคีเครือข่ายสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก

40EA875B-36E2-4689-AF20-A09BE6D55FBE

โอกาสนี้ ร.อ.ธรรมนัส ได้ร่วมมอบนโยบายช่วงหนึ่งว่า วันนี้เป็นโอกาสดีที่ 8 จังหวัดล้านนา มีส่วนในการเปิดโครงการประชารัฐสร้างไทย พัฒนาล้านนาการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน โดยเลือกจังหวัดเชียงใหม่ ที่ถือว่าเป็นเมืองหลวงของล้านนา เป็นสถานที่คิกออฟโครงการ ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นความร่วมมือของประชาชนและรัฐบาล เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ประเทศ ทั้งนี้ ตนเองในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มั่นใจว่า รัฐบาลจะดำเนินโครงการได้สำเร็จตามเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกร อยู่ดี กินดี และมีความสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ประเทศมีความเข้มแข็งและยั่งยืน

FE76C965-44A6-4F76-94AC-EDC7B26F375Aจากนั้น ร.อ. ธรรมนัส พร้อมคณะที่ปรึกษาและคณะทำงาน อาทิ ดร.ธนสาร ธรรมสอน นายอัครา พรหมเผ่า นายไผ่ ลิกค์ และนางสาว ธนพร ศรีวิราช ได้ลงพื้นที่ติดตามงานนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่บ้านดู่พงษ์ หมู่2 ตำบลดู่พงษ์ อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน โดยได้มอบแหล่งน้ำเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ โครงการคลองส่งน้ำ ภายใต้การดำเนินงานของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกษตรกร สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ยึดหลักแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พร้อมกันนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังได้มอบหนังสือการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) แก่เกษตรกร จำนวน 30 ราย ด้วย

BDAA2D36-9345-4ADE-99D4-8A36A5D7AD4B45E6F87A-A66D-46FA-B64D-EC518139E36Cร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า การมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ป.ส. 23) ให้แก่ราษฎรอำเภอสันติสุข จังหวัดน่านนั้น เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออกตอนใต้ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ประกอบด้วย ตำบลป่าแลวหลวง 10,452 ไร่ ตำบลพงษ์ 5,256 ไร่ และตำบลดู่พงษ์ 7.126 ไร่ นอกจากนี้ ยังมอบปัจจัยการผลิตให้แก่กลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านดอนอภัย หมู่ที่ 3 ตำบลป่าแลวหลวง อำเภอสันติสุข ได้แก่ เมล็ดพันธุ์พืชปุ๋ยสดกากน้ำตาล สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 และ ซุปเปอร์ พด.2 จำนวน 20 ราย เพื่อให้เกษตรกรนำไปปลูกบำรุงคุณภาพดินต่อไป

E777D2F6-B0AB-4477-BFBD-ED9D318B2B52สำหรับแนวการพัฒนาพื้นที่ให้กับเกษตรกรที่ได้รับที่ดินตามโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล หรือ คทช. ที่ได้จัดสรรให้กับประชาชนในจังหวัดน่านนั้น ขณะนี้มีประมาณมากกว่า 1 ล้านไร่ ซึ่งประสบปัญหาคือไม่มีเจ้าภาพกำกับดูแลในการส่งเสริมพัฒนาด้านอาชีพให้กับเกษตรกรในจังหวัดน่าน ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตนเองจึงตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันที่ดินดังกล่าวให้ไปสู่ที่ดินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือ ส.ป.ก.ให้ได้ เพื่อนำไปสู่การใช้เงินกองทุนหรือหางบประมาณในการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้าน เนื่องจากสภาพดินในจังหวัดน่านนั้น หน้าดินได้ถูกชะล้างออกไปมากจากฝนที่ตกลงมาในฤดูฝน ทางกรมพัฒนาที่ดินจึงจะส่งเสริมเรื่องการปรับคุณภาพดินให้ดีขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการทำเกษตร รวมถึงการพัฒนาแหล่งน้ำโดยทำเป็นบ่อน้ำขนาดเล็กให้กับเกษตรกร

4C2EFB42-1FBE-4CEF-866E-F6C5C0A2EDB4ทั้งนี้ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่มีความจำเป็นในการต้องเข้ามาพัฒนาแหล่งน้ำและดูแลป่า รวมถึงพัฒนาที่ดินทำกิน ซึ่งขณะนี้องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. จะเป็นผู้จัดหาสถานที่ในการระบายสินค้าให้เกษตรกร แต่ต้องเน้นเรื่องเกษตรอินทรีย์ทั้งสินค้าแปรรูปและสินค้าที่ไม่แปรรูป
ซึ่งทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันพัฒนาแบบบูรณาการต่อไป

ส่วนแนวทางการผลักดันพื้นที่ คทช. นั้น จะขยายไปยังจังหวัดอื่นเช่น แม่ฮ่องสอน เนื่องจากมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งเรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ เพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

โฆษณา